ปล่อยขบวนรถดับเพลิงฉาว กระจายสถานีทั่วกรุง

“กทม.” ปล่อยขบวนรถดับเพลิงฉาว พร้อมเครื่องสูบน้ำ ล็อตแรก 35 คัน กระจายสถานีดับเพลิงทั่วกรุง ส่วนอีก 37 คันคาดซ่อมเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้

%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ (30 ก.ย. ) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. จะเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถดับเพลิง ชนิด 4×4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม ยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น L200 ภายหลังที่กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง กทม. ดำเนินการซ่อมบำรุงเสร็จก่อน จำนวน 35 คัน เพื่อนำส่งสถานีดับเพลิงหลัก 35 สถานี สำหรับนำไปใช้งานบรรเทาสาธารณภัยและประโยชน์สาธารณะ ส่วนอีก 37 คันคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ ส่วนรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย

อีก 7 ประเภท จำนวน 105 คัน เกินขีดความสามารถที่กองโรงงานช่างกล จะดำเนินการได้ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และการจัดหาอะไหล่ เนื่องจากแต่ละประเภทมีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคที่แตกต่างกัน อีกทั้งต้องสั่งชิ้นส่วนอะไหล่จากต่างประเทศในการซ่อมบำรุง จึงต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการจัดซ่อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับเหมา โดยคาดว่าจะได้ผู้รับเหมาในช่วงเดือนธ.ค. จากนั้นจะใช้เวลาซ่อมบำรุง เพื่อให้รถทั้งหมดออกมาใช้งานได้ครบทุกคัน ภายในเดือนมี.ค.2560 โดยจะใช้งบประมาณในส่วนนี้ 153 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา กทม. ได้เคลื่อนย้ายรถดับเพลิง จำนวน 176 คัน พร้อมอุปกรณ์ ออกจากที่ดินและโรงงานบริษัทเทพยนต์ แอโรโมทีฟ จำกัด ทั้งหมด 8 ประเภท ประกอบด้วย 1.รถดับเพลิงเคมี ยี่ห้อ STEYR รุ่น H25 แรงม้า 364 จำนวน 7 คัน 2.รถบรรทุกเครื่องช่วยหายใจพร้อมเครื่องอัดอากาศ ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 2 คัน 3.รถดับเพลิงชนิดมีหัวฉีดน้ำ ขนาด 2,000 ลิตร ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 77 คัน 4.รถกู้ภัยขนาดกลาง ยี่ห้อ STEYR รุ่น L80 แรงม้า 225 จำนวน 2 คัน

5.รถดับเพลิงชนิด 4×4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดแบกหาม ยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น L200 แรงม้า 115 จำนวน 72 คัน 6.รถบรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 KVA ยี่ห้อ STEYR รุ่น L82 แรงม้า 225 จำนวน 3 คัน 7.รถไฟฟ้าส่องสว่างขนาด 30 KVA ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 4 คัน และ 8.รถดับเพลิงพร้อมบันไดขนาดไม่น้อยกว่า 13 เมตร ยี่ห้อ STEYR รุ่น L82 แรงม้า 285 จำนวน 9 คัน

ฆ่าคน’ เอาศพแต่งงานกับผี รายได้ดีรับศพละเกือบล้าน

บางครั้งศพผู้หญิงไม่พอ เพราะผู้ชายเสียชีวิตทั้งที่ยังไม่แต่งงานจำนวนมาก เป็นช่องให้โจรก่อกรรมทำเข็ญ คือการลักพาตัวสาวสติไม่สมประกอบไปฆ่า เพื่อขายศพให้ลูกค้าที่ต้องการศพผู้หญิงสดใหม่…โลกนี้มี การแต่งงาน แปลกๆ เกิดขึ้นเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพวกคนรักสัตว์ออกมาประกาศบอกรักแมวตัวเองจนจัดพิธีแต่งงานกับมัน หรือในอินเดียที่มีการแก้เคล็ดเปลี่ยนชะตาร้ายให้กลายเป็นชะตาดีด้วย การแต่งงาน กับสุนัขข้างถนน แต่ที่ หมวยเล็ก ว่า พีคสุด คือ การหาศพผู้หญิงมาแต่งงานกับศพผู้ชายที่ตายโดยยังไม่ได้แต่งงาน%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7การทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องบังเอิญครั้งสองครั้ง แต่มันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยปีแล้วในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าคนทั้งประเทศเขาจะทำอะไรแบบนี้กันนะคะ ประเพณีนี้มีแพร่หลายในเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้นบางครั้ง ศพผู้หญิง ไม่พอ เพราะผู้ชายดันเสียชีวิตทั้งที่ยังไม่แต่งงานจำนวนมาก จึงเป็นช่องให้โจรชั่วก่อกรรมทำเข็ญ คือ การลักพาตัวสาวสติไม่สมประกอบไปฆ่าให้ตาย เพื่อขายศพพวกเธอให้กับลูกค้าที่ต้องการศพผู้หญิงสดใหม่ เอามาแต่งงานกับศพของลูกหรือหลานชายตนเอง

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดคดีชาย 3 คน ที่อาศัยอยู่ในมณฑลกานซู ถูกตำรวจเข้าจับกุมในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมหญิงสติไม่สมประกอบ 2 ราย เพื่อนำศพของพวกเธอไปขายให้กับลูกค้าในมณฑลส่านซี พวกเขาถูกตำรวจทางหลวงเข้ารวบตัวเมื่อวันที่ 13เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถขนศพหญิงรายหนึ่งไปส่งให้ลูกค้า โดยทั้งหมดตกลงจะขายร่างของเธอในราคา 35,000 หยวน (182,000บาท)พวกเขาสารภาพว่า เคยทำอย่างนี้มาแล้วในเดือน ก.พ. ด้วยวิธีการ คือ จะโพสต์แอบอ้างตนเองเป็นแม่สื่อ รับจ้างหาสามีที่ดีให้กับหญิงสาวทั่วไปบนโลกออนไลน์ เมื่อเหยื่อ (โดยเฉพาะสาวๆ ที่สติไม่สมประกอบ) หลงเชื่อก็จะหลอกให้มาพบ จากนั้นจึงจับฉีดยาระงับประสาทอย่างแรงเข้าไปจนเหยื่อเสียชีวิต แล้วขับรถนำร่างไปส่งให้กับลูกค้าอันที่จริงประเพณีเอาศพคนมาแต่งงานกับอีกศพหนึ่งถูกรัฐบาลจีนแบนไปแล้วตั้งแต่ปี 2492 แต่ความเชื่อนี้ก็ได้กลับมาอีกในปัจจุบัน ทำให้อีกวิธีของการหาศพผู้เสียชีวิตให้กับลูกค้าที่ต้องการ คือการขุดเอาศพในสุสานขึ้นมาขายต่อ เมื่อปีที่แล้วปีเดียวหลุมศพผู้หญิง 15 หลุมถูกขุดรื้อจนเละเพื่อเอาศพขึ้นมาขาย อีกคดีหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 แก๊งขโมยขุดศพผู้หญิงตามสุสาน ตระเวนขุดหลุมศพจำนวน10หลุม ขายร่างไร้วิญญาณได้เงินมารวมกันมากถึง 39,000 หยวน (202,800บาท) แต่ก็ไปไม่รอด ถูกตำรวจจับได้ ติดคุกกันไปคนละ 2 ปีเลยทีเดียว

เมื่อความเชื่อนี้กลับมาอีก ความต้องการ ศพผู้หญิง ก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และผู้หญิงก็มักจะเป็นพวกตายยากค่ะ คือ อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายในชนบทของจีนจะมีมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากค่านิยมของครอบครัวชาวจีนจะชอบลูกชายมากกว่า หนุ่มๆ พวกนี้มักจะต้องเข้าไปทำงานในเหมืองขนาดใหญ่ ซึ่งอันตราย บางครั้งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นเพศชายในวัยหนุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงาน      ครอบครัวหลายบ้านจึงมีความเชื่อว่า หากลูกชายตายไปโดยไม่มีผู้หญิงคอยอยู่ข้างๆ จะเป็นเรื่องร้ายที่คล้ายกับการถูกสาปและจะนำความโชคร้ายมาสู่ครอบครัวด้วย การหาศพใครก็ได้มานอนข้างๆ เขา จะเป็นเหมือนการส่งให้วิญญาณผู้ตายจากไปโดยสงบ ไม่กลับมาหลอกหลอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยแม้ว่าการนำศพมาแต่งงานกับศพจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างชัดเจนในจีน และกำลังถูกปราบปรามอย่างหนักจากตำรวจ แต่ดูเหมือนว่าประชาชนบางส่วนยังคงมีความเชื่อในเรื่องนี้อยู่ ทำให้ยังคงมีการขโมยศพหรือลวงคนมีชีวิตมาฆ่าให้ตายเพื่อเอาศพ โดยเฉพาะศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ บางครั้งอาจมีราคาสูงถึง100,000 -180,000หยวน (520,000 – 936,000บาท) เลยทีเดียว

หมวยเล็ก ลองคิดง่ายๆ นะคะ คนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน จะมาอยากอยู่ด้วยกันได้ไง? และวิญญาณที่ไม่ได้รู้จักกัน แถมอีกฝ่ายถูกฆ่าเพื่อเอาศพมานอนข้างอีกศพหนึ่งเนี่ย ผีของสองคนนี้เขาจะอยู่ร่วมกันแล้วรักกันยังไง!! คิดว่า ประเพณีนี้เป็นเรื่องความเชื่อของคนที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าที่ไม่อยากให้ลูกหรือหลานชายถูกฝังเหงาๆ อยู่คนเดียว เพราะคนตายไปแล้วทรัพย์สมบัติอะไรก็เอาไปไม่ได้ยิ่งคาดหวังจะให้เอาวิญญาณคนแปลกหน้าไปอยู่ด้วย หมวยเล็ก ว่ายิ่งเป็นไม่ได้ใหญ่เลย รัฐบาลน่าจะให้ความรู้ประชาชน ว่าการทำเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะยิ่งเพิ่มอัตราเกิดอาชญากรรมมากขึ้นด้วย

การลงอักขระ เลข ยันต์ หรือการสักยันต์ อ.แดน จอมขมังเวทย์

สักยันต์ไม่มีคำปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แต่เป็นการสมาสของคำว่า สักและคำว่า ยันต์สักหมายถึงการใช้เหล็กแหลมจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระ เครื่องหมาย หรือลวดลายถ้าใช้หมึก เรียกว่า สักหมึก ถ้าใช้น้ำมัน เรียกว่า สักน้ำมันยันต์หมายถึงรูปต่างๆ ที่เขียนลงบนแผ่นโลหะหรือผ้า และลงอักขระหรือเลข เพื่อใช้เป็นของขลังการสักยันต์ไม่มีประวัติความเป็นมาที่แน่นอนคาดกันว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเพื่อเป็นการทำเครื่องหมายแสดงหลักฐานเช่น%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87

สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือเป็นเลกมีสังกัดกรมกองแล้วหรือการสักหน้าเพื่อแสดงว่าเป็นผู้ที่ต้องโทษปาราชิกก่อนจะพัฒนานำความเชื่อทางไสยศาสตร์เข้ามารวมไว้ เป็นการสักเพื่อความแข็งแกร่งของจิตใจ และอยู่ยงคงกระพันการสักยันต์เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันนั้นปรากฏในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน และวรรณกรรมอื่นๆการสักต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนสักจะต้องไหว้ครูในการสักจะต้องประกอบด้วยการร่ายเวทมนตร์อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเองและผู้ต้องการสักสามารถเลือกลายได้ตามต้องการส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และเป็นอักขระขอม หรือเลขยันต์อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกันปัจจุบันการสักยันต์เสื่อมความนิยมไปมากเนื่องจากได้รับอิทธิพลความเชื่อมาจากชาวตะวันตกที่มองผู้ที่มีลายสักว่าส่วนใหญ่มักเป็นขี้เมาคนจรจัดเป็นนักเลงและคนชั้นต่ำคนเมืองมีความรู้สึกว่าลายสักเป็นวัฒนธรรมของคนบ้านนอกคนไม่มีการศึกษา ทำให้ศิลปะบนผิวหนังประเภทนี้เกือบจะสูญไปแต่คนบางกลุ่มยังคง%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

ความเชื่อดั้งเดิมเอาไว้ เช่นสัญลักษณ์บางอย่างของลายสักสามารถทำหนังเหนียวได้ ศัตรูยิงไม่ออก ฟันไม่เข้าหรือช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายลวดลายที่นิยมในบรรดาผู้สักลายที่ให้ผลทางไสยศาสตร์แบ่งเป็น2 ชนิด คือเพื่อผลทางเมตตามหานิยม มักจะสักเป็นรูปจิ้งจก หรือนกสาริกาเพื่อให้มีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปให้ผลดีทางการเจรจาค้าขายทำให้เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้นการสักลายเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีจะนิยมลวดลายซึ่งเป็นตัวแทนความดุร้ายปราดเปรียว ความสง่างาม ความกล้าหาญได้แก่ ลายเสือเผ่น หนุมานคลุกฝุ่นหงส์ และลายสิงห์ส่วนลายที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภยันตราย เช่น เก้ายอดยันต์เกราะเพชรหรือลายยันต์ชนิดต่างๆแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นแก่นแท้ของการสักเพื่อผลทางไสยศาสตร์

และถือกันว่าเป็นหัวใจของการสัก คือ คาถาที่กำกับลวดลายสักอาจารย์สักแต่ละคนจะถือเป็นเคล็ดลับไม่เปิดเผยให้แก่ผู้ใดเป็นอันขาดนอกจากลูกศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับถ่ายทอดวิชาสืบต่อไปนอกจากนั้นยังมีผู้นิยมสักเพื่อความสวยงามมีลวดลายขึ้นอยู่กับความต้องการหรือรสนิยมของผู้สักเช่น รูปผู้หญิงเปลือยผีเสื้อ ดอกไม้ หัวใจ ฯลฯ บอกนิสัยใจคอของผู้สักหรือบอกอดีตความประทับใจ ที่ต้องการประทับตราไว้กับตัวตลอดไปเช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ วันเดือนที่สำคัญ เป็นต้น

การเขียนอักขระเลขยันต์  จะต้องมีคาถาประกอบกับการเขียนด้วย ซึ่งมีสูตรของเกจิอาจารย์ท่านวางไว้หลายนัย การเขียนการลากเส้นยันต์ และลงอักขระหรือเลข จำต้องวางอารมณ์ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ พร้อมกับบริกรรมคาถาไปด้วย ตลอดจนการเขียนยันต์รูปเทวดา มนุษย์ ยักษ์ ลิง และสัตว์ต่างๆ จะต้องใช้คาถาประกอบดุจกัน

การ ลงเลขใช้เลขไทย หรือเลขขอม ลงอักขระใช้อักขระขอม (บางตำราก็ใช้อักขระธรรมอีสาน หรือธรรมล้านนา) ซึ่งถือตามคติโบราณจารย์ที่ท่านได้วางไว้ การเขียนอักขระขอม อักขรธรรม ภาษาบาลี และเวทมนต์คาถาไว้ในคัมภีร์ใบลานและสมุดข่อย ถือกันว่าเป็นอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ บูรพาจารย์ท่านจึงห้ามอย่างเด็ดขาดมิให้เหยียบย่ำ แม้แต่อักขระขอมที่เขียนไว้ในกระดาษ ท่านก็ห้ามมิให้เช็ดถูสิ่งสกปรก หรือห่อสิ่งของโยนทิ้งในสิ่งปฏิกูลถือว่าเป็นบาป เพราะอักขระขอมใช้เป็นหนังสือธรรมในทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณ ฉะนั้นการลงอักขระในยันต์ต่างๆ จำต้องใช้อักขระขอมเป็นสำคัญ จึงเป็นที่นิยมกันสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย

โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย พร้อมชูนิ้วกลางให้อียู หลังพยายามแทรกแซงนโยบายภายใน%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ แสดงท่าทีตอบโต้สหภาพยุโรป หรืออียู หลังจากหลายประเทศในอียูเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ ยุตินโยบายปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดด้วยวิธีที่รุนแรง พร้อมตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการประกาศสงครามกับแก๊งค้ายาเสพติด

เป็นที่ทราบกันดีถึงลักษณะนิสัย และบุคลิกภาพของผู้นำฟิลิปปินส์รายนี้ว่า มักจะมีการตอบโต้การแทรกแซงกิจการภายในจากประเทศแถบตะวันตกรวมไปถึงพันธมิตรทางการทหารอย่างสหรัฐฯ เอง ด้วยวิธีหรือถ้อยคำที่หยาบคาย โดยเขาได้ตอบโต้อียูต่อการเรียกร้องครั้งนี้โดยการด่าทอ พร้อมชูนิ้วกลางฝากไป

ถึงอียูต่อหน้าสื่อดูเตอร์เต อ้าวว่า ขณะนี้อียู พยายามลบล้างความรู้สึกผิดในอดีต จากการล่าอาณานิคม ที่หลายประเทศในเอเชีย ตกเป็นเมืองขึ้นของหลายชาติตะวันตกอย่างไรก็ตามนับจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็ได้เอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างยาเสพติดในประเทศ โดยการวิสามัญผู้ที่พัวพันกับยาเสพติดแบบไม่เลือกหน้า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันราย

แม่ค้าลอตเตอรี่ปีนต้นไม้ร้องถูกรื้อบ้านนครสวรรค์

แม่ค้าลอตเตอรี่ ปีนต้นไม้ในศาลอาญา ร้องถูกรื้อบ้านที่นครสวรรค์ จนท. เกลี้ยกล่อมลงมาแล้ว

%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2

นางเหมวดี อยู่ถมยา อายุ 53 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ชาว จ.นครสวรรค์ ได้ปีนต้นไม้ภายในพื้นที่ศาลอาญา ที่มีความสูงกว่า 2 เมตร เพื่อต้องการร้องเรียนสื่อมวลชน โดยอ้างว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ที่ออกคำสั่งให้รื้อบ้าน มีกำหนดภายใน 30 วัน ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลอาญา ตำรวจ สน.พหลโยธิน และสื่อมวลชน มาช่วยกันเจรจา จน นางเหมวดี ยอมปีนลงมาด้านล่าง พร้อมทั้งได้เปิดเผยเรื่องราวทั้งน้ำตา ว่า ตนเองเป็นชาว ต.เก้าเลี้ยว อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยที่ดินดังกล่าว

เป็นที่ดินของกรมเจ้าท่า และแม่ตนได้ซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง มีการทำสัญญาซื้อขาย เมื่อปี 2544 แต่เมื่อมีถนนตัดผ่าน เส้นทางบ้าน คนที่ขายที่ดินให้ กลับไปแจ้งความ เพื่อให้มีการไล่ที่ และร้องไปที่เทศบาลนครนครสวรรค์ ให้มีคำสั่งรื้อถอนภายใน 30 วัน ซึ่งตนเองได้รับหนังสือมาเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 และร้องเรียนมาทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ศูนย์ดำรงธรรม แต่ไม่มีใครให้คำตอบว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

ขณะที่ พ.ต.ต.สุสิริวงษ์ ยอดวงษ์ สารวัตรปราบปราม สน.พหลโยธิน ได้ตรวจสอบเอกสารหนังสือคำสั่งในเบื้องต้นพบว่าเป็นเพียงหนังสือคำสั่งของทางเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ไม่ใช่คำสั่งศาล นางเหมวดี ยังสามารถใช้สิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่ง และใช้สิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และเพิกถอนคำสั่งได้จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ศาลได้พาตัว นางเหมวดี ไปให้คำปรึกษาทางคดี ที่ส่วนงานบริการประชาชนของศาลอาญา ทำให้ นางเหมวดี มีท่าทีสงบลง

ยอ มีประโยชน์มากมายหลายประการ ศ.ดร.แดน มหาลัยหอการค้าไทย

ยอเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-6 เมตร ลำต้นมีขนาดเล็ก ขนาดโตเต็มที่ 5-10 เซนติเมตร ขึ้นกับอายุ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เปลือกลำต้นบางติดกับเนื้อไม้ ผิวเปลือกออกสีเหลืองนวลแกมขาว หยาบสากเล็กน้อย แตกกิ่งน้อย 3-5 กิ่ง ทำให้แลดูไม่เป็นทรงพุ่ม%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%ad2. ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) แทงออกตรงข้ามกันซ้ายขวา มีรูปทรงรี หรือขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 10-20 ซม. ยาวประมาณ 15-30 ซม. ใบอ่อนสีเขียวสด เมื่ออายุใบมากจะมีสีเขียวเข้ม ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. โคนใบ และปลายใบมีลักษณะแหลม ขอบใบ และผิวใบเป็นคลื่น ผิวใบมันเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนใบมักพบเป็นตุ่มที่เกิดจากแบคทีเรีย3. ดอก

ดอกออกเป็นช่อกลมเดี่ยว ๆ สีขาว รูปทรงเหมือนหลอด ดอกแทงออกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3-4 ซม. ไม่มีก้านดอกย่อย จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศที่มีทั้งเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย กลีบรองดอก และโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน กลีบดอกมีสีขาว เป็นรูปท่อ ยาวประมาณ 8-12 มม. ผิวดอกด้านนอกเรียบ ด้านในมีขน ดอกส่วนครึ่งปลายบนแยกเป็น 4-5 แฉก ยาวประมาณ 4-5 มม. เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ยาวประมาณ 15 มม. แยกเป็น 2 แฉก อับเรณูยาวประมาณ 3 มม.

4. ผลผลเป็นชนิดผลรวม (multiple fruit) เช่นเดียวกับน้อยหน่า และขนุน เชื่อมติดกันเป็นผลใหญ่ดังที่เราเรียกผลหรือหมาก ขนาดผลกว้างประมาณ 3-5 ซม. ยาว 3-10 ซม. ผิวเรียบเป็นตุ่มพอง ผลอ่อนจะมีสีเขียวสด เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมเขียว และเมื่อสุกจะมีสีเหลือง และเปลี่ยนเป็นสีขาวจนเน่าตามอายุผล เมล็ดในผลมีจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะแบน ด้านในเมล็ดเป็นถุงอากาศทำให้ลอยน้ำได้ ผิวเมล็ดมีสีนํ้าตาลเข้ม (วิทย์, 2542)

สรรพคุณทางยา1. ใบใบสดใช้ต้มน้ำดื่มหรือนำมาบดตากแห้งชงเป็นชาดื่ม รวมถึงใส่แคปซูลรับประทาน ช่วยแก้กระษัย แก้ปวดเมื่อยตามข้อมือข้อเท้า รักษาวัณโรค แก้ท้องร่วง ลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้โรคเบาหวาน ป้องกันโรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด แก้โรคมะเร็ง แก้โรคเกาต์ ช่วยขับประจำเดือน แก้อาการคลื่นไส้ วิงเวียนศรีษะ นอกจากนั้น นำใบสดมาคั้นเอาน้ำมาสระผมฆ่าเหา นำมาทารักษาแผล แผลติดเชื้อ เป็นหนอง2. ดอกดอกใช้ต้มน้ำดื่มหรือนำมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม แก้วัณโรค โรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด ต้านโรคมะเร็ง แก้ไอ ลดเสมหะ แก้ท้องร่วง

3. ผลเนื้อผลมีรสเผ็ดร้อน มีสารออกฤทธิ์คือ asperuloside ใช้แก้อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ช่วยขับประจำเดือน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับนํ้าคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนใน แก้กระษัย แก้อาเจียน แก้โรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็ง ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาระบาย4. ราก
รากนำมาต้มหรือดองเหล้ารับประทานเป็นยาระบาย แก้กระษัย ช่วยเจริญอาหาร ใช้รักษาวัณโรค แก้โรคเบาหวาน ป้องกันโรคมะเร็ง โรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงนำมาเป็นสีย้อมผ้า โดยเฉพาะเปลือกรากที่ให้สีแดง ส่วนเนื้อรากจะให้สีเหลือง หรือต้มรวมกันจะให้สีเหลืองปนแดง สีที่ได้จากรากยอจัดเป็นสีที่คงทนต่อซักรีด สีไม่ตกง่าย

สะพรึง! เรือสำราญหรู ทำคลื่นสึนามิย่อมๆ ถล่มท่าเรือ

ภาพน่าตกใจที่ท่าเรือยอร์ชในอิตาลี เมื่อเรือสำราญลำยักษ์เกิดผิดพลาด สั่งเร่งเครื่องทำให้เกิดคลื่นกำลังแรง ที่ไม่ต่างกับสึนามิ ซัดเข้าท่าเรือกลายเป็นซากพังนินาศ
%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพพลังทำลายล้างจากคลื่นที่เกิดขึ้นจากการเดินเครื่องยนต์ของเรือสำราญหรู กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย เมื่อพบว่าคลื่นจากเรือลำยักษ์นี้ได้ทำท่าเรือยอร์ชพังราบเป็นหน้ากลอง หลายคนบอกว่าไม่ต่างกับพลังของคลื่นสึนามิย่อมๆ เลยทีเดียวตามรายงานระบุว่า เรือลำยักษ์ “คาลนิวัล วิสต้า” เรือสำราญหรูหราที่นำเที่ยวน่านน้ำทะเลเมดิเตร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก ได้สร้างความพินาศให้กับท่าเรือชายฝั่งเกาะชิชิลี ประเทศอิตาลี ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีที่คลื่นน้ำที่เกิดจากการเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ทะเล ทำให้ท่าเรือยอร์ชถูกทำลายไปต่อหน้าต่อหน้า

ภาพเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา เรือคาลนิวัล วิสต้า ที่มีขนาดกว่า 133,500 ตัน มูลค่ากว่า 780 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่พลังมหาศาลของเครื่องยนต์ ทำให้เกิดคลื่นน้ำย่อมๆ ที่หลายคนต่างเห็นตรงกันว่า ไม่ต่างกับคลื่นสึนามิขนาดเล็กๆ เลยจากภาพที่ปรากฏว่าเผยให้เห็นว่า คลื่นความรุนแรงได้ทำลายท่าเรือยอร์ช ชายฝั่งเกาะชิชิลี แบบชนิดที่พังราบคราบ เรือยอร์ชหลายลำพังเสียหาย ส่วนโป๊ะสะพานท่าเรือก็จมดิ่งสู่ทะเลไปเพียงไม่กี่วินาที แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่กรมการท่าของท้องถิ่นอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยภาพจากวงจรปิดกลายเป็นหลักฐานชิ้นดีที่ให้เห็นความผิดพลาดของเรือสำราญหรู ที่สั่งเดินหน้าเต็มกำลัง ทั้งที่ยังไม่ออกสู่น่านน้ำทะเลที่เปิดกว้างกว่านี้ เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะราวๆ 10 ล้านยูโร

“ก็อต จิรายุ” โกอินเตอร์รายล่าสุด โผล่เล่นหนังฮอลลิวูด

เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของดาราหนุ่มช่อง 3 ที่ทำให้แฟนๆ อดภูมิใจไปด้วยไม่ได้ “ก็อต จิรายุ” หลังร่วมปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์ฮอลลิวูดเรื่อง “Gold” ที่นำแสดงโดยพระเอกแถวหน้า “แมทธิว แม็คคอนาเฮย์” ถือเป็นหนังดราม่าคุณภาพที่ร่วมเป็นอีกเรื่อง ออกล่ารางวัลออสการ์ในปีนี้%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a3โดยในตัวอย่างภาพยนตร์ชุดแรกที่เผยโฉมออกมา เผยให้เห็น หนุ่มก็อต รับบทสมทบที่ชื่อว่า แดนนี่ ได้ร่วมงานกับ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และ เอ็ดการ์ด รามิเรซ ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้ยกกองถ่ายทำในเมืองไทย เมื่อราวๆ ปลายปีที่แล้ว พร้อมกับคัดเลือกนักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย

งานนี้ หนุ่มก็อต ออกอาการปลาบปลื้มไม่น้อย กับผลงานหนังฮอลลิวูดเรื่องแรกของตัวเอง ประกบกับนักแสดงและผู้กำกับชั้นนำ เจ้าตัวบอกแค่สั้นๆ “ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ดี #ฝันเป็นจริง #ลบคำสบประมาท” แฟนคลับต่างเข้ามาเป็นกำลังใจกับโอกาสครั้งนี้เป็นจำนวนมากสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Gold” สร้างมาจากเรื่องจริงของนักล่าทองชาวอเมริกัน ที่ออกตามหาทองล้ำค่าอย่างไร้จุดหมายที่อินโดนีเซีย (แต่หนังใช้โลเกชั่นในเมืองไทย) ซึ่งหนังเรื่องนี้จะเข้าฉายในอเมริกา วันคริสมาสต์ที่จะถึงนี้

คดียิงพนักงานพิทักษ์ป่าดับ ที่แท้เมียมีกิ๊กจ้างฆ่าผัว

คดียิงพนักงานพิทักษ์ป่าดับคาเล้าหมู ตำรวจสามารถตามจับภรรยาที่จ้างมือปืนให้ฆ่าสามีตัวเอง ในราคา 30,000 บาท

จ้างฆ่าผัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้นำตัว นางสมัย อายุ 38 ปี พนักงานราชการตรวจป่า น.ว.1 เขาแม่กะสี อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ พร้อม นายจอมใจ มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพกรณีจ้างให้ นายจอมใจ ไปก่อเหตุใช้ปืนลูกซองยาวซุ่มยิง นายไตรรัตน์ อายุ 53 ปี สามีตนเอง พนักงานพิทักษ์ป่า ส.2 ฐานปฏิบัติการป้องกันและรักษาป่า ที่ 4 ปางสัก อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา

ขณะนายไตรรัตน์ ออกไปฉีดยาป้องกันแมลงวันที่เล้าหมูหลังบ้าน หลังมือปืนรายนี้ยอมเปิดปากสารภาพว่าได้รับจ้าง นางสมัย ภรรยาผู้ตายให้สังหารสามีตัวเองในราคา 30,000 บาทด้าน นางสมัย รับสารภาพว่า อยู่กินกับนายไตรรัตน์ ผู้ตายมา 11 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน ซึ่งผู้ตายนั้นเวลาเมาสุรา จะชวนทะเลาะกับตนเองอยู่เป็นประจำ โดยกล่าวหาว่าตนเองนั้นไปมีกิ๊ก กับนายทหารคนหนึ่ง

ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ประมาณ 2 อาทิตย์ ได้ทะเลาะกับตนเองอย่างรุนแรง ถึงขั้นผู้ตายใช้อาวุธปืนขู่ ตนเองก็ใช้อาวุธมีดต่อสู้กัน แต่มีเพื่อนเข้ามาห้าม และแยกย้ายกัน ตนเองได้เก็บความแค้นไว้ตลอดจนตัดสินใจจ้างมือปืนสังหารสามีดังกล่าว

เสียงเด็กปริศนา ร้องโฮที่ไร่ข้าวโพด หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ระดมทีมค้นหาต้นตอเสียงปริศนา คล้ายเด็กผู้หญิงร้องไห้โฮ อยู่ใกล้ๆ ไร่ข้าวโพดที่สระบุรี แต่ตามหาเท่าไหร่ก็ไร่วี่แวว ไม่พบที่มาใดๆ

เสียงเด็กร้อวง

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) ชาวบ้านหมู่ 4 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ได้ออกกันตามหาต้นตอของเสียงเด็กปริศนาที่ดังออกมาจากบริเวณไร่ข้าวโพด หลังจากที่ชาวบ้านที่ออกมาตัดหญ้าในสวนป่ามะม่วง ขณะกำลังตัดได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องงอแงดังลั่น เมื่อสอบถามเพื่อนบ้าน 5-6 หลังก็ได้ยินเช่นเดียวกัน

ชาวบ้านต่างพยายามช่วยกันฟัง คาดว่าเป็นเสียงร้องของเด็กเล็ก โดยต้นเสียงน่าจะมาจากบ้านหลังหนึ่งซึ่งปิดประตูไว้ เจ้าของบ้านไม่อยู่ เมื่อโทรศัพท์แจ้ง เจ้าของบ้านก็บอกให้งัดประตูบ้านเข้าไปเลย เมื่อช่วยกันงัดประตูเข้าไปดูในบ้าน แต่ก็ไม่พบอะไรกระทั่งยังได้ยินเสียงร้องของเด็กดังอยู่ในไร่ข้าวโพด จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เข้ามาช่วยกันระดมค้นหา โดยเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ ก็ไม่พบเห็นอะไร ขณะที่ชาวบ้านบางคนบอกว่าได้ยินเสียงมาได้ 2 วันแล้ว

พร้อมกันนี้ทางร่มบินพารามอเตอร์บ้านบึง จ.สระบุรี ก็มาบินช่วยค้นหาทางอากาศเหนือไร่ข้าวโพดกว่า 5 ไร่ ชาวบ้านยืนยันหลายคน หลายหลังคาเรือนว่าได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องจริงๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ก็มาติดตามสังเกตการณ์ ก่อนจะสั่งยุติการค้นหาไปก่อน

อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวสร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่ เพราะเสียงดังกล่าวหาต้นตอที่มาไม่ได้ อีกทั้งลูกหลานชาวบ้านก็ไม่พบว่ามีใครสูญหายไปไหน ทำให้เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามความเชื่อส่วนบุคคลไปต่างๆ นานา ทางเจ้าหน้าที่แนะนำว่า หากได้ยินเสียงร้องเกิดขึ้นอีก จะนำทีมกู้ภัยค้นหาอีกรอบ