‘เอฟเอ’ ตั้ง ‘เซาธ์เกต’ คุมสิงโตถาวรพุธนี้

%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%ad
“สกายสปอร์ตส์” สื่อกีฬาชื่อดังในประเทศอังกฤษ รายงานว่า คณะกรรมการบริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เตรียมเข้าประชุมร่วมกันที่ศูนย์ฝึก เซนต์ จอร์จ ปาร์ก ในวันพุธที่ 30 พ.ย. นี้ และคาดว่าน่าจะมีการแต่งตั้ง แกเรธ เซาธ์เกต รักษาการผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ขึ้นคุมทัพ “สิงโตคำราม” ด้วยสัญญาถาวรอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันก่อนหน้านี้ เซาธ์เกต ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามากุมบังเหียน “สิงโตคำราม” เป็นการชั่วคราวแทนที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่โดนพิษคดีฉาวจนหลุดจากตำแหน่งไปในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวคุมทีมลงเล่นเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป และเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด 4 นัด ทำผลงานชนะ 2 เสมอ 2 ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกเรียกตัวเข้าไปสัมภาษณ์โดยคณะกรรมการของ เอฟเอ 5 คน ซึ่งประกอบไปด้วย เกร็ก คลาร์ก ประธาน เอฟเอ, มาร์ติน เกล็นน์ ประธานบริหารของ เอฟเอ, แดน แอชเวิร์ธ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ เอฟเอ รวมถึง แกรม เลอ โซ อดีตแบ๊กซ้ายทีมชาติอังกษฤ และ โฮเวิร์ด วิลกินสัน อดีตกุนซือชื่อดัง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ “สกายสปอร์ตส์” ระบุว่า เซาธ์เกต น่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือ “สิงโตคำราม” อย่างเป็นทางการ เนื่องจากเจ้าตัวเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนเพียงคนเดียวในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม สื่อดังแดนผู้ดีระบุว่า อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 46 ปี น่าจะต้องการสัญญาคุมทีมไปจนถึงหลังจบศึก ยูโร 2020 เป็นอย่างน้อย และน่าจะต้องการค่าเหนื่อยเท่า ๆ กับที่กุนซือทีมชาติอังกฤษคนก่อน ๆ ได้รับด้วย

‘เป๊ป’ ถ่อมตัว ‘เรือใบ’ ไม่ใช่เต็งแชมป์ ชปล.

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8a%e0%b8%9b

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยัน ทีมของเขาไม่ใช่ทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลนี้…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 22 พ.ย. ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยัน ทีมของเขาไม่ใช่ทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลนี้

สำหรับ เป๊ป มีโปรแกรมพาทีมทำศึกแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในวันพุธนี้ โดยเขาโฟกัสกับเกมนี้อย่างเต็มที่ และยืนยันว่าเรือใบสีฟ้าไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์รายการนี้

“พวกเขา (กลัดบัค) เป็นทีมที่ดีจริงๆและพวกเขามีจิตใจที่ดี เราจะเห็นในวันพรุ่งนี้ว่าเราจะชนะหรือไม่ เรามีความสุขกับการชนะบาร์เซโลนา แต่มันก็แค่เกมๆนึง เราไม่สามารถได้รับการพิจารณาเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ บาร์ซากับเรอัล มาดริด ต่างหากที่เป็นทีมเต็งในทุกปี ผมกำลังพยายามจะทำให้เราเป็นแบบนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” เป๊ป กล่าว

เชียงใหม่เร่งฟื้นฟูพื้นที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก

เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำป่าไหลหลากบ้านช้าง-บ้านสันปูเลย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ยังไม่พบคนสูญหาย 2 รายเชียงใหม่เร่งฟื้นฟูพื้นที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก
12 พ.ย.59 นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ในช่วงเช้านี้ ระดับน้ำได้ลดลงสู่สภาวะปกติและไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำแล้ว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้มีการเคลียร์พื้นที่เศษซากไม้และดินโคลนสไลด์สามารถเปิดเส้นทางการสัญจรเข้าหมู่บ้านได้เป็นที่เรียบร้อยโดยในส่วนของชาวบ้านบางส่วนนั้นก็กลับออกจากศูนย์อพยพเข้าไปพักที่บ้านเรือนของตัวเองตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้สูญหาย จำนวน 2 ราย เป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านช้าง ขณะนี้แม้จะทำการเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานว่าพบตัวผู้สูญหาย โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังคนช่วยกันระดมค้นหาต่อไป โดยเบื้องต้นได้มีการประสานไปยังนักศึกษาช่างจากสถาบันต่างๆให้เข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้รับการผลกระทบ และนำรถน้ำเข้ามาฉีดทำความสะอาดดินโคลนอย่างเร่งด่วนในส่วนของพื้นที่บ้านสันปูเลยหมู่ที่ 6 ต.แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงสู่สภาวะปกติเช่นกัน

สรุปความเสียหายเบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 66 หลังคาเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ข้าวของเครื่องใช้ และทรัพย์สินเสียหาย ดินโคลนและเศษซากท่อนไม้ยังติดค้างในบ้านเรือน โดยวันนี้จะเร่งทำความสะอาดตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถกลับไปพักอาศัยที่บ้านได้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลาโดยหากมีเหตุการร์ไม่ปกติจะมีการแจ้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทราบล่วงหน้าและขอให้ประชาชนเชื่อฟังในข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการเท่านั้น

จากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะดอยอินททนท์ ช่วงนี้ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมความหนาวเย็นและบรรยากาศบนจุดสูงสุดของประเทศกัน มีฝนตกต่อเนื่องทำให้เกิดหมอกฝนบดบังทัศนวิสัยของผู้ที่ใช้รถใช้ถนน และมีถนนลื่นบางแห่งเป็นจุดโค้ง ทำให้ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เปิดไฟหน้ารถทุกครั้งและบีบแตรสัญญาณให้รถที่ขับสวนทางได้ทราบเพื่อความปลอดภัย

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาร์ตอนล่าง ทำให้ภาคเหนือตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักได้ในบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาค และขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงรายระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ทัพอิรักเริ่มบุกเข้าเมืองโมซูลครั้งแรก-นายกฯ ลั่นไอซิสยอมแพ้หรือตาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถตีฝ่ายการป้องกันในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันออกของเมืองโมซูลทางเหนือของประเทศได้แล้ว เมื่อวันจันทร์ ทำให้การต่อสู้เพื่อยึดคืนเมืองซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในอิรักแห่งนี้ เคลื่อนสู่พื้นที่ชายขอบเมืองเป็นครั้งแรก ในขณะที่ปฏิบัติการย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3

ทัพอิรักเริ่มบุกเข้าเมืองโมซูลครั้งแรก-นายกฯ ลั่นไอซิสยอมแพ้หรือตาย

กองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรกลุ่มต่าง ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ ใช้เวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในการจัดการกับนักรบติดอาวุธของไอซิสในพื้นที่รอบเมืองโมซูล อันเป็นขั้นตอนแรกในปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของอิรัก นับตั้วแต่สหรัฐฯ บุกโค่นล้มรัฐบาลของซัดดัม ฮุซเซน เมื่อปีค.ศ. 2003

เมื่อวันจันทร์ กองกำลังพิเศษ หน่วยต่อต้านก่อการร้าย (ซีทีเอส) ของรัฐบาลอิรัก ซึ่งได้รับการฝึกฝนโดยสหรัฐฯ เคลื่อนทัพมุ่งสู่เขตอุตสาหกรรม ก็อกจาลี ชานเมืองทางตะวันออกของเมืองโมซูล โดยพลโท อับดุล กานี อัล-อัสซาดี ผู้บัญชาการของซีทีเส บอกกับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า กองกำลังของเขาเดินทางถึงชายขอบเขตคารามา ในเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศแห่งนี้แล้ว

ด้านแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองของกองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ดในอิรัก ระบุว่า เขาได้รับรายงานว่านักรบไอซิส 7 รายเสียชีวิต และยานพาหนะอีก 2 คันถูกทำลาย ในการต่อสู้ที่เขตอาเดน ซึ่งอยู่ติดกับเขตคารามา ขณะที่สื่อโทรทัศน์ของซีเรียรายงานด้วยว่า เกิดการต่อสู้ภายในเมืองโมซูลด้วย โดยเป็นการปะทะกันระหว่างนักรบไอซิสกับชาวบ้านที่ลุกฮือขึ้นต่อต้าน

แหล่งข่าวของเปชเมอร์การะบุด้วยว่า กลุ่มต่อต้านดังกล่าวเปิดฉากยิงปืนเข้าใส่หน่วยตำรวจของไอซิสในเขตอินติซาร์ ทางใต้ของเขตคารามา ทำให้นักรบของกลุ่มไอซิสต้องกระจายกำลังออกไปทั่วเมืองโมซูลเพื่อป้องกันการลุกฮือในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ นายไฮเดอร์ อัล-อาบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก กล่าวที่ฐานทัพอากาศเกยารา ทางใต้ของเมืองโมซูลว่า กองทัพของพวกเขากำลังพยายามปิดเส้นทางทั้งหมดไม่ให้นักรบไอซิสหลายพันคนในเมืองโมซูลใช้หลบหนี “พระเจ้าทรงอำนวยพร เราจะตัดหัวของงูตัวนี้ พวกเขาไม่มีทางหนี พวกเขามีทางเลือกแค่ยอมแพ้หรือตาย”

‘เศรษฐีนีนครสวรรค์’ ถูกฆ่าโหดหมกพงหญ้า คาดฆ่าล้างหนี้

พบศพเศรษฐีนี ชาวนครสวรรค์ ถูกฆ่าโหดหมกพงหญ้า เสียชีวิตมาเเล้วประมาณ 4 วัน จนท.คาดเป็นการฆ่าล้างหนี้

%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

(23 ต.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.เชาวโรจน์ ทองรอด ร้อยเวร สภ.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพคนตายอยู่ที่บริเวณริมถนนเกาะญวน เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในสังกัด แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และหน่วยกู้ภัยนครสวรรค์

ที่เกิดเหตุอยู่ในพงหญ้าริมถนน ซึ่งเกาะญวนอยู่เกือบใจกลางริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบศพถูกฆาตกรรมยัดใส่ถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเพศหญิง ถูกสายไฟฟ้า 2 เส้นรัดคอ และข้อมือทั้ง 2 ข้าง สภาพศพขึ้นอืด และส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยแพทย์ลงความเห็นว่า น่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4 วันแล้ว

ซึ่งในภายหลังมีนายสุเทพ เทพนาทอง อายุ 66 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับขอตรวจสอบศพ ก่อนจะยืนยันว่า ศพที่ถูกฆ่ายัดถุง คือภรรยาที่ชื่อ นางสภาพร พัทยาวรรณ อายุ 67 ปี โดยได้แจ้งว่าผู้ตายหายตัวไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ผู้ตายมีบ้านพักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่งในเขต ต.ปากน้ำโพ ถือว่าเป็นเศรษฐีนีคนหนึ่ง เพราะมีห้องแถวให้เช่าหลายหลังและปล่อยเงินกู้ โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานออกจากบ้านไปเก็บหนี้เงินลูกหนี้ตามปกติ ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า เจ้าตัวอาจจะถูกฆ่าเพื่อล้างหนี้ หรืออาจจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากญาติผู้ตายยืนยันว่า เจ้าตัวจะใส่ตุ้มหูเพชรเม็ดเดียว และแหวนทอง แต่จากการตรวจสอบ พบเพียงสร้อยนากที่สวมใส่คอเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีการสอบสวนเพื่อติดตามหาฆาตกรต่อไป

หนุ่มเมาซิ่งเก๋ง ชนกู้ภัยสาวสาหัสขณะช่วยคนหมดสติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งชายหมดสติอยู่ภายในรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน 3 กง 9353 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ทางเลนซ้ายของถนนบางนา-ตราด ช่องทางด่วนขาออก หลักกิโลเมตรที่ 16 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิปอเต๊กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ภายในรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้พบร่างของนายพิทักษ์ ประชาสนธิ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นคนขับนั่งคว่ำหน้าฟุบอยู่กับพวงมาลัย ขณะระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังจะเข้าให้การช่วยเหลือ นายพิทักษ์ที่หมดสติอยู่ภายในรถ โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้จอดรถเปิดสัญญาณไฟวับวาบอยู่ที่ด้านท้ายของรถคันที่เกิดเหตุเพื่อแสดงให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาทราบว่าตรงจุดดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำซ้อน

หนุ่มเมาซิ่งเก๋ง ชนกู้ภัยสาวสาหัสขณะช่วยคนหมดสติ

อยู่ๆได้มีรถเก๋ง ฮอนด้า ทะเบียน 4กบ 784 กทม. ที่มีนายทิฐิพงษ์ รัตนดี อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นคนขับได้เสียหลักพุ่งแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ้งที่เข้าช่วยเหลือนายพิทักษ์ ที่หมดสติในรถกระบะ ทำให้นางสาว สุภาณี ไวกุลเพชร อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ้ง ถูกชนกระเด็นจนขาท่อนล่างข้างขวาหัก เพื่อนๆ อาสาต้องเร่งเข้าช่วยเหลือก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลด่วน และยังมีรถยนต์เก๋งของอาสามูลนิธิที่จอดอยู่เลนซ้ายสุดถูกชนที่ด้านท้ายรถยุบ หลังเหตุสงบเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เข้าช่วยนายพิทักษ์ที่หมดสติอยู่ภายในรถยนต์กระบะอีกครั้งพบว่านายพิทักษ์ได้เสียชีวิตแล้ว

         เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์   Reddragon88 และพนันกีฬาออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เว็บไซต์ : https://sbobetgroup.com

นายทิฐิพงษ์ คนขับรถเก๋งที่เสียหลักพุ่งเข้ามาชนอาสามูลนิธิ ให้การยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนได้ไปดื่มสุรากันมาและกำลังขับรถกลับบ้านพัก ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ นายทิฐิพงษ์ คนขับรถเก๋งได้อ้างว่ามองไม่เห็นรถและสัญญาณไปวับวาบของรถมูลนิธิที่เปิดเอาไว้มองไม่เห็นจึงเสียหลักพุ่งชนดังกล่าว

ด้านนายพิทักษ์ คนขับรถยนต์กระบะผู้เสียชีวิตนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเสียชีวิตด้วยเหตุใด แต่เชื่อว่าผู้ตายน่าจะมีโรคประจำตัวที่อาจกำเริบขึ้นอย่างรุนแรง จึงทำให้ผู้ตายที่กำลังขับรถยนต์กระบะมา และพยายามบังคับรถเข้าจอดทางด้านเลนซ้ายก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหานายทิฐิพงษ์ ผู้ต้องหารายนี้ว่า ขับโดยรถโดยประมาทและขับรถในขณะเมาสุราจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปล่อยขบวนรถดับเพลิงฉาว กระจายสถานีทั่วกรุง

“กทม.” ปล่อยขบวนรถดับเพลิงฉาว พร้อมเครื่องสูบน้ำ ล็อตแรก 35 คัน กระจายสถานีดับเพลิงทั่วกรุง ส่วนอีก 37 คันคาดซ่อมเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้

%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ (30 ก.ย. ) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. จะเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถดับเพลิง ชนิด 4×4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม ยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น L200 ภายหลังที่กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง กทม. ดำเนินการซ่อมบำรุงเสร็จก่อน จำนวน 35 คัน เพื่อนำส่งสถานีดับเพลิงหลัก 35 สถานี สำหรับนำไปใช้งานบรรเทาสาธารณภัยและประโยชน์สาธารณะ ส่วนอีก 37 คันคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ ส่วนรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย

อีก 7 ประเภท จำนวน 105 คัน เกินขีดความสามารถที่กองโรงงานช่างกล จะดำเนินการได้ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และการจัดหาอะไหล่ เนื่องจากแต่ละประเภทมีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคที่แตกต่างกัน อีกทั้งต้องสั่งชิ้นส่วนอะไหล่จากต่างประเทศในการซ่อมบำรุง จึงต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการจัดซ่อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับเหมา โดยคาดว่าจะได้ผู้รับเหมาในช่วงเดือนธ.ค. จากนั้นจะใช้เวลาซ่อมบำรุง เพื่อให้รถทั้งหมดออกมาใช้งานได้ครบทุกคัน ภายในเดือนมี.ค.2560 โดยจะใช้งบประมาณในส่วนนี้ 153 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา กทม. ได้เคลื่อนย้ายรถดับเพลิง จำนวน 176 คัน พร้อมอุปกรณ์ ออกจากที่ดินและโรงงานบริษัทเทพยนต์ แอโรโมทีฟ จำกัด ทั้งหมด 8 ประเภท ประกอบด้วย 1.รถดับเพลิงเคมี ยี่ห้อ STEYR รุ่น H25 แรงม้า 364 จำนวน 7 คัน 2.รถบรรทุกเครื่องช่วยหายใจพร้อมเครื่องอัดอากาศ ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 2 คัน 3.รถดับเพลิงชนิดมีหัวฉีดน้ำ ขนาด 2,000 ลิตร ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 77 คัน 4.รถกู้ภัยขนาดกลาง ยี่ห้อ STEYR รุ่น L80 แรงม้า 225 จำนวน 2 คัน

5.รถดับเพลิงชนิด 4×4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดแบกหาม ยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น L200 แรงม้า 115 จำนวน 72 คัน 6.รถบรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 KVA ยี่ห้อ STEYR รุ่น L82 แรงม้า 225 จำนวน 3 คัน 7.รถไฟฟ้าส่องสว่างขนาด 30 KVA ยี่ห้อ STEYR รุ่น L75 แรงม้า 225 จำนวน 4 คัน และ 8.รถดับเพลิงพร้อมบันไดขนาดไม่น้อยกว่า 13 เมตร ยี่ห้อ STEYR รุ่น L82 แรงม้า 285 จำนวน 9 คัน

ฆ่าคน’ เอาศพแต่งงานกับผี รายได้ดีรับศพละเกือบล้าน

บางครั้งศพผู้หญิงไม่พอ เพราะผู้ชายเสียชีวิตทั้งที่ยังไม่แต่งงานจำนวนมาก เป็นช่องให้โจรก่อกรรมทำเข็ญ คือการลักพาตัวสาวสติไม่สมประกอบไปฆ่า เพื่อขายศพให้ลูกค้าที่ต้องการศพผู้หญิงสดใหม่…โลกนี้มี การแต่งงาน แปลกๆ เกิดขึ้นเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพวกคนรักสัตว์ออกมาประกาศบอกรักแมวตัวเองจนจัดพิธีแต่งงานกับมัน หรือในอินเดียที่มีการแก้เคล็ดเปลี่ยนชะตาร้ายให้กลายเป็นชะตาดีด้วย การแต่งงาน กับสุนัขข้างถนน แต่ที่ หมวยเล็ก ว่า พีคสุด คือ การหาศพผู้หญิงมาแต่งงานกับศพผู้ชายที่ตายโดยยังไม่ได้แต่งงาน%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7การทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องบังเอิญครั้งสองครั้ง แต่มันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยปีแล้วในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าคนทั้งประเทศเขาจะทำอะไรแบบนี้กันนะคะ ประเพณีนี้มีแพร่หลายในเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้นบางครั้ง ศพผู้หญิง ไม่พอ เพราะผู้ชายดันเสียชีวิตทั้งที่ยังไม่แต่งงานจำนวนมาก จึงเป็นช่องให้โจรชั่วก่อกรรมทำเข็ญ คือ การลักพาตัวสาวสติไม่สมประกอบไปฆ่าให้ตาย เพื่อขายศพพวกเธอให้กับลูกค้าที่ต้องการศพผู้หญิงสดใหม่ เอามาแต่งงานกับศพของลูกหรือหลานชายตนเอง

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดคดีชาย 3 คน ที่อาศัยอยู่ในมณฑลกานซู ถูกตำรวจเข้าจับกุมในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมหญิงสติไม่สมประกอบ 2 ราย เพื่อนำศพของพวกเธอไปขายให้กับลูกค้าในมณฑลส่านซี พวกเขาถูกตำรวจทางหลวงเข้ารวบตัวเมื่อวันที่ 13เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถขนศพหญิงรายหนึ่งไปส่งให้ลูกค้า โดยทั้งหมดตกลงจะขายร่างของเธอในราคา 35,000 หยวน (182,000บาท)พวกเขาสารภาพว่า เคยทำอย่างนี้มาแล้วในเดือน ก.พ. ด้วยวิธีการ คือ จะโพสต์แอบอ้างตนเองเป็นแม่สื่อ รับจ้างหาสามีที่ดีให้กับหญิงสาวทั่วไปบนโลกออนไลน์ เมื่อเหยื่อ (โดยเฉพาะสาวๆ ที่สติไม่สมประกอบ) หลงเชื่อก็จะหลอกให้มาพบ จากนั้นจึงจับฉีดยาระงับประสาทอย่างแรงเข้าไปจนเหยื่อเสียชีวิต แล้วขับรถนำร่างไปส่งให้กับลูกค้าอันที่จริงประเพณีเอาศพคนมาแต่งงานกับอีกศพหนึ่งถูกรัฐบาลจีนแบนไปแล้วตั้งแต่ปี 2492 แต่ความเชื่อนี้ก็ได้กลับมาอีกในปัจจุบัน ทำให้อีกวิธีของการหาศพผู้เสียชีวิตให้กับลูกค้าที่ต้องการ คือการขุดเอาศพในสุสานขึ้นมาขายต่อ เมื่อปีที่แล้วปีเดียวหลุมศพผู้หญิง 15 หลุมถูกขุดรื้อจนเละเพื่อเอาศพขึ้นมาขาย อีกคดีหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 แก๊งขโมยขุดศพผู้หญิงตามสุสาน ตระเวนขุดหลุมศพจำนวน10หลุม ขายร่างไร้วิญญาณได้เงินมารวมกันมากถึง 39,000 หยวน (202,800บาท) แต่ก็ไปไม่รอด ถูกตำรวจจับได้ ติดคุกกันไปคนละ 2 ปีเลยทีเดียว

เมื่อความเชื่อนี้กลับมาอีก ความต้องการ ศพผู้หญิง ก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และผู้หญิงก็มักจะเป็นพวกตายยากค่ะ คือ อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายในชนบทของจีนจะมีมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากค่านิยมของครอบครัวชาวจีนจะชอบลูกชายมากกว่า หนุ่มๆ พวกนี้มักจะต้องเข้าไปทำงานในเหมืองขนาดใหญ่ ซึ่งอันตราย บางครั้งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นเพศชายในวัยหนุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงาน      ครอบครัวหลายบ้านจึงมีความเชื่อว่า หากลูกชายตายไปโดยไม่มีผู้หญิงคอยอยู่ข้างๆ จะเป็นเรื่องร้ายที่คล้ายกับการถูกสาปและจะนำความโชคร้ายมาสู่ครอบครัวด้วย การหาศพใครก็ได้มานอนข้างๆ เขา จะเป็นเหมือนการส่งให้วิญญาณผู้ตายจากไปโดยสงบ ไม่กลับมาหลอกหลอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยแม้ว่าการนำศพมาแต่งงานกับศพจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างชัดเจนในจีน และกำลังถูกปราบปรามอย่างหนักจากตำรวจ แต่ดูเหมือนว่าประชาชนบางส่วนยังคงมีความเชื่อในเรื่องนี้อยู่ ทำให้ยังคงมีการขโมยศพหรือลวงคนมีชีวิตมาฆ่าให้ตายเพื่อเอาศพ โดยเฉพาะศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ บางครั้งอาจมีราคาสูงถึง100,000 -180,000หยวน (520,000 – 936,000บาท) เลยทีเดียว

หมวยเล็ก ลองคิดง่ายๆ นะคะ คนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน จะมาอยากอยู่ด้วยกันได้ไง? และวิญญาณที่ไม่ได้รู้จักกัน แถมอีกฝ่ายถูกฆ่าเพื่อเอาศพมานอนข้างอีกศพหนึ่งเนี่ย ผีของสองคนนี้เขาจะอยู่ร่วมกันแล้วรักกันยังไง!! คิดว่า ประเพณีนี้เป็นเรื่องความเชื่อของคนที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าที่ไม่อยากให้ลูกหรือหลานชายถูกฝังเหงาๆ อยู่คนเดียว เพราะคนตายไปแล้วทรัพย์สมบัติอะไรก็เอาไปไม่ได้ยิ่งคาดหวังจะให้เอาวิญญาณคนแปลกหน้าไปอยู่ด้วย หมวยเล็ก ว่ายิ่งเป็นไม่ได้ใหญ่เลย รัฐบาลน่าจะให้ความรู้ประชาชน ว่าการทำเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะยิ่งเพิ่มอัตราเกิดอาชญากรรมมากขึ้นด้วย

การลงอักขระ เลข ยันต์ หรือการสักยันต์ อ.แดน จอมขมังเวทย์

สักยันต์ไม่มีคำปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แต่เป็นการสมาสของคำว่า สักและคำว่า ยันต์สักหมายถึงการใช้เหล็กแหลมจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระ เครื่องหมาย หรือลวดลายถ้าใช้หมึก เรียกว่า สักหมึก ถ้าใช้น้ำมัน เรียกว่า สักน้ำมันยันต์หมายถึงรูปต่างๆ ที่เขียนลงบนแผ่นโลหะหรือผ้า และลงอักขระหรือเลข เพื่อใช้เป็นของขลังการสักยันต์ไม่มีประวัติความเป็นมาที่แน่นอนคาดกันว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเพื่อเป็นการทำเครื่องหมายแสดงหลักฐานเช่น%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87

สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือเป็นเลกมีสังกัดกรมกองแล้วหรือการสักหน้าเพื่อแสดงว่าเป็นผู้ที่ต้องโทษปาราชิกก่อนจะพัฒนานำความเชื่อทางไสยศาสตร์เข้ามารวมไว้ เป็นการสักเพื่อความแข็งแกร่งของจิตใจ และอยู่ยงคงกระพันการสักยันต์เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันนั้นปรากฏในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน และวรรณกรรมอื่นๆการสักต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนสักจะต้องไหว้ครูในการสักจะต้องประกอบด้วยการร่ายเวทมนตร์อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเองและผู้ต้องการสักสามารถเลือกลายได้ตามต้องการส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และเป็นอักขระขอม หรือเลขยันต์อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกันปัจจุบันการสักยันต์เสื่อมความนิยมไปมากเนื่องจากได้รับอิทธิพลความเชื่อมาจากชาวตะวันตกที่มองผู้ที่มีลายสักว่าส่วนใหญ่มักเป็นขี้เมาคนจรจัดเป็นนักเลงและคนชั้นต่ำคนเมืองมีความรู้สึกว่าลายสักเป็นวัฒนธรรมของคนบ้านนอกคนไม่มีการศึกษา ทำให้ศิลปะบนผิวหนังประเภทนี้เกือบจะสูญไปแต่คนบางกลุ่มยังคง%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

ความเชื่อดั้งเดิมเอาไว้ เช่นสัญลักษณ์บางอย่างของลายสักสามารถทำหนังเหนียวได้ ศัตรูยิงไม่ออก ฟันไม่เข้าหรือช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายลวดลายที่นิยมในบรรดาผู้สักลายที่ให้ผลทางไสยศาสตร์แบ่งเป็น2 ชนิด คือเพื่อผลทางเมตตามหานิยม มักจะสักเป็นรูปจิ้งจก หรือนกสาริกาเพื่อให้มีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปให้ผลดีทางการเจรจาค้าขายทำให้เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้นการสักลายเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีจะนิยมลวดลายซึ่งเป็นตัวแทนความดุร้ายปราดเปรียว ความสง่างาม ความกล้าหาญได้แก่ ลายเสือเผ่น หนุมานคลุกฝุ่นหงส์ และลายสิงห์ส่วนลายที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภยันตราย เช่น เก้ายอดยันต์เกราะเพชรหรือลายยันต์ชนิดต่างๆแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นแก่นแท้ของการสักเพื่อผลทางไสยศาสตร์

และถือกันว่าเป็นหัวใจของการสัก คือ คาถาที่กำกับลวดลายสักอาจารย์สักแต่ละคนจะถือเป็นเคล็ดลับไม่เปิดเผยให้แก่ผู้ใดเป็นอันขาดนอกจากลูกศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับถ่ายทอดวิชาสืบต่อไปนอกจากนั้นยังมีผู้นิยมสักเพื่อความสวยงามมีลวดลายขึ้นอยู่กับความต้องการหรือรสนิยมของผู้สักเช่น รูปผู้หญิงเปลือยผีเสื้อ ดอกไม้ หัวใจ ฯลฯ บอกนิสัยใจคอของผู้สักหรือบอกอดีตความประทับใจ ที่ต้องการประทับตราไว้กับตัวตลอดไปเช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ วันเดือนที่สำคัญ เป็นต้น

การเขียนอักขระเลขยันต์  จะต้องมีคาถาประกอบกับการเขียนด้วย ซึ่งมีสูตรของเกจิอาจารย์ท่านวางไว้หลายนัย การเขียนการลากเส้นยันต์ และลงอักขระหรือเลข จำต้องวางอารมณ์ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ พร้อมกับบริกรรมคาถาไปด้วย ตลอดจนการเขียนยันต์รูปเทวดา มนุษย์ ยักษ์ ลิง และสัตว์ต่างๆ จะต้องใช้คาถาประกอบดุจกัน

การ ลงเลขใช้เลขไทย หรือเลขขอม ลงอักขระใช้อักขระขอม (บางตำราก็ใช้อักขระธรรมอีสาน หรือธรรมล้านนา) ซึ่งถือตามคติโบราณจารย์ที่ท่านได้วางไว้ การเขียนอักขระขอม อักขรธรรม ภาษาบาลี และเวทมนต์คาถาไว้ในคัมภีร์ใบลานและสมุดข่อย ถือกันว่าเป็นอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ บูรพาจารย์ท่านจึงห้ามอย่างเด็ดขาดมิให้เหยียบย่ำ แม้แต่อักขระขอมที่เขียนไว้ในกระดาษ ท่านก็ห้ามมิให้เช็ดถูสิ่งสกปรก หรือห่อสิ่งของโยนทิ้งในสิ่งปฏิกูลถือว่าเป็นบาป เพราะอักขระขอมใช้เป็นหนังสือธรรมในทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณ ฉะนั้นการลงอักขระในยันต์ต่างๆ จำต้องใช้อักขระขอมเป็นสำคัญ จึงเป็นที่นิยมกันสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย

โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย พร้อมชูนิ้วกลางให้อียู หลังพยายามแทรกแซงนโยบายภายใน%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ แสดงท่าทีตอบโต้สหภาพยุโรป หรืออียู หลังจากหลายประเทศในอียูเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ ยุตินโยบายปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดด้วยวิธีที่รุนแรง พร้อมตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการประกาศสงครามกับแก๊งค้ายาเสพติด

เป็นที่ทราบกันดีถึงลักษณะนิสัย และบุคลิกภาพของผู้นำฟิลิปปินส์รายนี้ว่า มักจะมีการตอบโต้การแทรกแซงกิจการภายในจากประเทศแถบตะวันตกรวมไปถึงพันธมิตรทางการทหารอย่างสหรัฐฯ เอง ด้วยวิธีหรือถ้อยคำที่หยาบคาย โดยเขาได้ตอบโต้อียูต่อการเรียกร้องครั้งนี้โดยการด่าทอ พร้อมชูนิ้วกลางฝากไป

ถึงอียูต่อหน้าสื่อดูเตอร์เต อ้าวว่า ขณะนี้อียู พยายามลบล้างความรู้สึกผิดในอดีต จากการล่าอาณานิคม ที่หลายประเทศในเอเชีย ตกเป็นเมืองขึ้นของหลายชาติตะวันตกอย่างไรก็ตามนับจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็ได้เอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างยาเสพติดในประเทศ โดยการวิสามัญผู้ที่พัวพันกับยาเสพติดแบบไม่เลือกหน้า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันราย