สวรรค์ชั้นยามา เป็นภูมิที่สวยงามและประณีตกว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

สวรรค์ชั้นยามา สูงขึ้นไปจากดาวดึงส์ 80,000 โยชน์ ตั้งอยู่ในอากาศเป็นพระนครใหญ่กว้างขวางมากสูงกว่ายอดเขาสิเนรุ 42,000 โยชน์ เป็นภูมิที่สวยงามและประณีตกว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นสวรรค์ที่พรั่งพร้อมด้วยความสุขที่เป็นทิพย์ ปราศจากความยากลำบากใด ๆ ถึงซึ่งความสุขอันเป็นทิพย์วิมาน และทิพยสมบัติก็ปราณีตมาก มีปราสาทแก้ว ปราสาททองเป็นวิมาน กำแพงแก้วล้อมรอบ มีอุทยานแก้ว สระโบกขรณี เทวดาในชั้นนี้ล้วนเป็นผู้มีบุญมากมีหน้าตางดงามรุ่งเรืองนัก มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างผาสุก มีกายสูง 8,000 วา เทพยดาในชั้นฟ้านี้ยืนถึง 2,000 ปีทิพย์ เมื่อเทียบกับเวลาโลกมนุษย์แล้ว โดย 200 ปีมนุษย์ เท่ากับ 1วัน 1คืน บนสวรรค์ชั้นยามา (ถ้าเทียบกับเวลามนุษย์ เทวดาชั้นนี้มาอายุขัยประมาณ 146,000,000 ปี)

สวรรค์-3ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นยามา คือ ท้าวสยามเทวราช หรือเรียกว่า พระสุยามะ หรือ ท้าวสุยามะเทวราช ผู้ประกอบด้วย พระทัยยุติธรรม และเมตตาธรรมสูงส่งอย่างยิ่ง เทวดาทั้งหลายที่อยู่ในชั้นนี้ เรียกว่า ยามา หรือ ยามะ เป็นจำพวกอากาสัฏฐเทวดาจำพวกเดียว (อากาสัฏฐเทวดา คือเทวดาที่มีวิมานล่องลอยอยู่ในอากาศ ตั้งแต่ยอดเขาพระสุเมรุ ไปจรดขอบจักรวาล) เพราะมีวิมานลอยอยู่ในอากาศเป็นที่อยู่เทวดาที่อยู่ในภูมิสูงขึ้นไปกว่าชั้นนี้ก็ล้วนแต่เป็นอากาสัฏฐเทวดาทั้งสิ้น

บนชั้นนี้ไม่มีแสงอาทิตย์ เพราะอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์ เทวดามองเห็นสรรพสิ่งได้ด้วยแสงรัศมีจากแก้วทั้งหลาย และรัศมีกายของเทวดาเอง การที่จะรู้ว่าเช้าหรือค่ำ ดูได้จากดอกไม้ทิพย์ ถ้าเห็นดอกไม้บาน ก็แสดงว่าเป็นเวลารุ่นอรุณเช้า ถ้าเห็นดอกไม้หุบ ก็แสดงว่าเป็นเวลาค่ำคืน

ผู้ที่จะได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นยามา ต้องเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์หมั่นให้ทานรักษาศีล มีจิตใจขวนขวายในธรรมที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกแสดง อีกทั้งหมั่นปฏิบัติตาม ด้วยใจจริง ด้วยศรัทธาตั้งมั่นเที่ยงตรงอย่างแท้จริง ไม่ยอมหลงระเริงกับความชั่วโดยเด็ดขาด และการกระทำความดีโดยปราศจาก ความสงสัยในใจว่า จะได้ดีดังที่เราทำหรือเปล่า และ สิ่งที่เทวดาชั้นยามาต่างจากเทวดาชั้นที่อยู่ต่ำกว่าคือ จะหมั่นสวดมนตร์และปฎิบัติธรรม หลายเวลาในแต่ละวัน และไม่ข้องเกี่ยวกับกิเลสของโลกภายนอก เนื่องจากเทวดาตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไป หวังจะไปยังโลกนิพพานเท่านั้น

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสไว้ในทานสูตรว่า…

“ดูกร เธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลประมาณยิ่ง แต่ไม่เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเลย เมื่อถึงกาลกิริยาตายไปแล้ว เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นยามา”

‘ยันตระ’ย่องเงียบกลับไทย คาดถึงปากพนังบ้านเกิดคืนนี้

ชาวปากพนังฮือฮา!อดีตพระยันตระ ย่องเงียบกลับเมืองไทยคาดถึงบ้านเกิดอ.ปากพนังคืนนี้ ญาติ ๆ และชาวบ้านเตรียมสถานที่ปฏิบัติธรรมต้อนรับอย่างคึกคึกแต่พยายามปิดข่าวเงียบ
พระ-ยันตระเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีการเล่าลือว่านายวินัย ละอองสุวรรณ วัย 64 ปี หรืออดีตพระยันตระ ซึ่งไปอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลากว่า 20 ปี ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะบ้านเกิดที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  โดยจะอาศัยอยู่ที่บ้านนางวรรณา ละอองสุวรรณ พี่สาวที่ชุมชนบ้านต้นหาด เทศบาลเมืองปากพนังจนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2559 โดยมีกำหนดการเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 ส.ค. 2559 นั้น

ชาวบ้านใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การเดินทางมาเมืองไทยและบ้านเกิด อ.ปากพนัง ของอดีตพระยันตระในครั้งนี้มาเป็นการส่วนตัวและพยายามปกปิดข่าวไม่ให้แพร่พรายออกไปเหมือนเมื่อช่วงที่เดินทางมาครั้งก่อนในเดือนเมษายน 2557  โดยหลังจากลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งยังไม่ได้เดินทางมาถึงบ้านเกิดใน อ.ปากพนัง บ้านเกิดตามที่เป็นข่าวทางสื่อมวลชนบางสังกัดแต่อย่างใด

ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผย ว่า ในส่วนของตนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังเคารพนับถือพระยันตระเหมือนเดิม เมื่อทราบข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านนางวรรณา ละอองสุวรรณ พี่สาวอดีตพระยันตระ ที่ชุมชนบ้านต้นหาด จึงทราบว่าอดีตพระยันตระ มีกำหนดเดินทางมาถึงบ้านเกิดในชุมบ้านต้นหาดในเย็นนี้หรือค่ำของวันนี้ โดยนางวรรณา พี่สาวและญาติ ๆ รวมทั้งชาวบ้านได้เปิดบ้านทำความสะอาด และจัดเตรียมสถานที่กันอย่างคึกคักเพื่อต้อนรับอดีตพระยันตระ เท่าที่ทราบหลังจากมาถึง อดีตพระยันตระได้นัดพบปะและร่วมปฏิบัติธรรมกับกลุ่มลูกศิษย์ในช่วงหัวค่ำของทุกวัน ตนก็จะเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกับอดีตพระยันตระด้วยอย่างแน่นอน.

หนุ่มแทงแม่บ้านดับ ในตึกดังย่านรัชดา อ้างแค้นถูกด่าบุพการี

ตำรวจแถลงผลจับกุมหนุ่มส่งอาหาร แทงแม่บ้านเสียชีวิตหน้าลิฟต์ ย่านรัชดา สารภาพโกรธแค้นถูกด่าบุพการี และไม่รู้ฝ่ายหญิงมีสามีแล้ว

นายทรงยศ แซ่กี้ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา ก่อเหตุใช้มีดแทง นางสาวศิลาณี ระดมสุข แม่บ้านอาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ถนนรัชดาภิเษก เสียชีวิตบริเวณหน้าลิฟต์ เมื่อวานนี้ถูกตำรวจ สน.ห้วยขวาง ติดตามจับได้ที่บ้านพัก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ ซึ่งตำรวจมีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ทึกภาพ นายทรงยศ ได้ จึงขอศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งหลังก่อเหตุ นายทรงยศ ออกจากอาคารเอไอเอ นั่งวินรถจักรยานยนต์รับจ้างไปที่สี่แยกคลองเตย เปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเช่า ย่านชุมชนเทพประทาน และโดยสารรถประจำทางไปที่รามคำแหง ขึ้นรถตู้สาธารณะ ไปกบดานที่บ้านญาติ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนถูกจับแทง-แม่บ้าน

จากการสอบสวน นายทรงยศ ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ว่าตัวเองเป็นพนักงานรับจ้างส่งอาหารภายในอาคาร จึงรู้จักกับ นางสาวศิลาณี มาประมาณ 3 เดือน และก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกันเรื่องส่วนตัว จึงเดินทางไปพบก่อนก่อเหตุพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า นายทรงยศ อ้างว่าถูกด่าทอถึงบุพการี และไม่ทราบมาก่อนว่า นางสาวศิลาณี มีสามีแล้ว จึงโกรธแค้นลงมือก่อเหตุ ซึ่งตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียด และหากพบว่ามีการเตรียมการก่อเหตุจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มในภายหลัง ก่อนคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป

จับได้แล้ว ผู้ต้องสงสัยแทงแม่บ้านดับคาตึก AIA รัชดา หลังหนีกลบดานอยุธยา เตรียมนำตัวแถลงข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายทรงยศ แซ่กี้ ผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธมีดแทงน.ส.ศิลาณี ระดมสุข อายุ 35 ปี แม่บ้านตึก AIA รัชดาฯ จนเสียชีวิตอย่างสยองได้แล้ว หลังสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวได้หนีกลบดานในพื้นที่ จ.อยุธยา เบื้องต้นเตรียมนำตัวแถลงข่าววันนี้กล้องวงจรปิดเผยภาพแม่บ้านสาวกับผู้ต้องสงสัยอยู่ในลิฟท์ ก่อนถูกแทงตายสยองในตึกดังย่านรัชดาฯ ด้านเร่งล่าตัวดำเนินคดีความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้มีดจ้วงแทงน.ส.ศิลาณี ระดมสุข อายุ 35 ปี แม่บ้านตึก AIA รัชดาฯ จนเสียชีวิตนั้น ล่าสุดได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุไว้ได้

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ผู้ตายและผู้ต้องสงสัยก่อเหตุคือนายทรงยศ แซ่กี้ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย ได้ขึ้นลิฟท์พร้อมกัน โดยมีรปภ.อีกคนอยู่ในลิฟท์ ซึ่งจากกล้องจะพบว่าผู้ตายได้หยอกล้ออย่างสนิทสนมกับผู้ต้องสงสัยตลอดเวลา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากลิฟท์ไปพร้อมกัน  จากนั้นไม่นาน ก็พบน.ส.ศิลาณีก็ถูกคนร้ายแทงตายหน้าลิฟท์ และมีรปภ.พบเห็นนายทรงยศวิ่งออกจากอาคารไปทั้งที่เสื้อเปื้อนรอยเลือด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง ยังระดมกำลังติดตามหาตัวนายทรงยศ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคดีนี้อย่างกระชั้นชิด เพื่อติดตามมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.ศานิตย์ เผยเหตุคนร้ายใช้มีดฆ่าแม่บ้าน ที่ตึก AIA รัชดาฯ ขณะนี้ทราบตัวคนร้ายแล้ว คาด 1-2 วัน สามารถจับตัวคนร้ายได้ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยผลการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.ศิลาณี ระดมสุข อายุ 35 ปี แม่บ้าน ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าลิฟท์ ชั้น 27 ภายในอาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ถนนรัชดาภิเษก ว่า ในขณะนี้ ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หยุดยาวเข้าพรรษาปชช. แห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน

วันหยุดยาว 5 วันในช่วงเข้าพรรษา ประชาชนแห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี คลายร้อนกันอย่างคึกคัก ก่อนรอร่วมงานแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกวันที่ 20 ก.ค.นี้
น้ำตก-ตาดโตนเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดยาวในช่วงเข้าพรรษาที่มีวันหยุดต่อกันถึง 5 วัน ประชาชนต่างชักชวนลูกหลานญาติพี่น้องที่เดินทางกลับมาจากทำงานจากกทม. หรือต่างจังหวัดไปเที่ยวทำบุญถวายหลอดไฟและเทียนตามประเพณีตามวัดบ้านเกิดของตนเองหลังจากทำบุญเสร็จมีอีกสถานที่ ที่ประชาชนให้ความสนใจมาเที่ยวอีกสถานที่นั้นก็คือน้ำตกตาดโตน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี นักท่องเที่ยวต่างพาครอบครัว

หลบร้อนมาพักผ่อนรับประทานอาหารและเล่นน้ำตกกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวลงมาเล่นน้ำตก นั่งรับประทานอาหารตามมุมต่างๆ เนื่องจากในพื้นที่จ.อุบลราชธานี มีการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในวันที่ 20 ก.ค. นี้ ทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาจับจองที่พักทั้งในเขตอำเภอเมืองและต่างอำเภอกันจนห้องเกือบทั้งหมด

สำหรับน้ำตกตาดโตนเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกอื่นๆน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อยู่ในท้องที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 90 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก ซึ่งน้ำตกแห่งนี้เกิดจากลำห้วยตาดโตนที่ส่งกระแสน้ำให้ตกลงสู่ชั้นหินแนวโค้ง ลงสู่พื้นเบื้องล่าง ในลักษณะม่านฝนจนก่อให้เกิดเป็นแอ่งน้ำ มีน้ำเย็นใสสะอาดเหมาะแก่การลงเล่นน้ำเป็น อย่างมาก ฤดูกาลท่องเที่ยว เดือนมิถุนายน-ธันวาคมของทุกปี สำหรับการมาเที่ยวชมน้ำตกจะมีความสวยงามที่สุดในปลายช่วงหน้าฝนเข้าสู่หน้าหนาว บริเวณรอบๆน้ำตกจะเต็มไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ เหมาะแก่การศึกษาความรู้ทางธรรมชาติ

โลกและดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล

โลกของเราเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะ ที่มีสภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมดในระบบสุริยะโครงสร้างภายในของโลกประกอบไปด้วยแกนกลางชั้นในที่เป็นเหล็ก มีรัศมีประมาณ 1,200 กิโลเมตร ห่อหุ้มด้วยแกนกลางชั้นนอกที่เป็นของเหลว ประกอบด้วยเหล็กและซัลเฟอร์ มีความหนาประมาณ 2,200 กิโลเมตร ถัดขึ้นมาเป็นชั้นแมนเทิลที่เป็นของเหลวหนืด ประกอบไปด้วย เหล็ก แมกนีเซียม ซิลิกอน และธาตุอื่นๆ มีความหนาประมาณ 3,000 กิโลเมตร เปลือกโลกเป็นของแข็ง มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็น แร่ควอตช์ (ซิลิกอนไดออกไซด์) และเฟลสปารดวง-จัน

ชั้นบรรยากาศของโลกประกอบไปด้วยไนโตรเจน 77 % ออกซิเจน 21% ที่เหลือเป็น อาร์กอน คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยในการกักเก็บความร้อนไว้ภายใต้ชั้นบรรยากาศ โดยอาศัยสภาวะเรือนกระจก ทำให้โลกมีความอบอุ่น ไม่หนาวเย็นจนเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิต อย่างไรก็ตาม ถ้าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นมากจนเกินไป ก็จะทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงอยู่ได้เช่นกันนอกจากนี้ โลกยังมีสนามแม่เหล็ก ที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ถึงแม้ว่าจะมีความเข้มไม่มากนัก แต่ช่วยปกป้องมิให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงจากอวกาศเดินทางผ่านมาที่ผิวโลกได้ โดยสนามแม่เหล็กจะกักให้อนุภาค เดินทางไปตามเส้นแรงแม่เหล็ก และเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้ เพียงที่ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้เท่านั้น ซึ่งเป็นตำแหน่งของขั้วแม่เหล็กโลกนั่นเอง เมื่ออนุภาคเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับโมเลกุลก๊าซในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดแสงสีสวยงาม สังเกตเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เรียกว่า “แสงเหนือแสงใต้” (Aurora) ตามบริเวณที่ปรากฏนั่นเอง

โลก-1

ดวงจันทร์เป็นบริวารดวงเดียวของโลก มีพื้นผิวที่เป็นของแข็ง เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตมากมาย แสงจันทร์ที่เรามองเห็นนั้นเป็นแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากพื้นผิวดวงจันทร์ ในขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเราจะมองเห็นดวงจันทร์ในลักษณะที่เปลี่ยนไป ตามปริมาณของบริเวณที่ได้รับแสงและบริเวณด้านมืดที่หันหน้าเข้าหาโลก เรียกว่า ข้างขึ้นข้างแรมแม้ว่าดวงจันทร์จะมีขนาดเล็ก แต่ด้วยการที่มันอยู่ใกล้กับโลกของเรามากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ดวงจันทร์จึงมีอิทฺธิพลต่อปรากฏการณ์บนโลก เช่น การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งเกิดจากแรงโน้มถ่วงระหว่างโลกกับดวงจันทร์ และการเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคา เป็นต้น

ยานอวกาศลำแรกที่เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ คือ ยานลูนา 2 ของประเทศรัสเซีย ในปี พ.ศ. 2502 และยานอะพอลโล 11 เป็นยานอวกาศลำแรกที่พามนุษย์ไปลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 พบว่าดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้ม จึงเป็นสาเหตุให้พื้นผิวดวงจันทร์ เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตมากมาย ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เราสามารถมองเห็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ได้ด้วยตาเปล่าคือ บริเวณที่เราจินตนาการว่า เป็นกระต่ายบนดวงจันทร์นั่นเองนอกจากนี้ยังพบว่าหินบนดวงจันทร์มีอายุมากถึง 3,000 – 4,600 ล้านปี ซึ่งเก่าแก่กว่าหิน

พิษ4Gจากตู้โทรศัพท์! กลายเป็นที่ทิ้งขยะข้างทาง

แห่แชร์ภาพขยะถุงดำวางขวางตู้โทรศัพท์ข้างทางนครชัยศรี ชาวโซเชียลวิจารณ์สกปรก ไม่มีคนใช้ตู้แล้ว ด้านทีโอทีเผย เป็นตู้ของบริษัทสัมปทาน หมดสัญญาปีหน้าเมื่อวันที่ 14ก.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ @Saknarong Kankhunthod โพสต์ภาพตู้โทรศัพท์สาธารณะ 2 ตู้ที่ตั้งอยู่ข้างทางถนนเพรชเกษม-นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ที่ทิ้ง-ขยะ

ปรากฏถุงขยะสีดำวางกองพะเนินทับกับหลายถุง สร้างความสกปรกต่อตู้สาธารณะ และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณทำให้โลกออนไลน์พากันถามถึงระบบการดูแลตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ยังพบเห็นในปัจจุบันด้านนายสมหมาย สุขสุเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานขาย และบริการลูกค้านครหลวงที่ 4 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOTกล่าวว่า

ตู้โทรศัพท์สาธารณะในความดูแลของทีโอทีนั้นได้รื้อออกหมดแล้ว แต่สำหรับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ยังพบเห็นได้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นตู้ที่ได้สัมปทานจากทีโอที ซึ่งจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2560 การบำรุงรักษาบริษัทสัมปทานอาจจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งทีโอทีไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ แต่หากมีผู้ร้องเรียนมายังบริษัททีโอทีก็จะแจ้งบริษัทสัมปทานให้ทราบเรื่อง.

งูเห่าไทย เป็นงูพิษใน Family Elapidae ซึ่งเป็น Family เดียวกับ งูจงอาง

วันนี้ผมมาพร้อมกับสิ่งที่เรียกได้ว่า Classic สุดๆสำหรับงูบนโลกนี้ งูเป็นสิ่งมีชีวิตที่นับว่าหลากหลายและมีหลายรูปแบบ แต่คนส่วนมากเมื่อเห็นงูก็จะบอกแต่ว่า งู เพราะมันหน้าตาเหมือนๆกันหมด แยกไม่ค่อยออกแต่งูที่ผมนำมาเขียนในวันนี้ ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องรู้จัก และรู้ถึงความน่ากลัวของมันดี ผมคงไม่ต้องเกริ่นให้มากมายอีกต่อไป ขอเชิญพบกับหนึ่งในสายพันธุ์ของงูที่ผมกลัวครับงูใน Genus Naja (งูเห่าทั้งหมด) จะมีความสามารถที่เด่นชัด นั่นก็คือการ “แผ่แม่เบี้ย” ซึ่งเป็นการข่มขู่ศัตรูที่มาบุกรุกหรือมาทำร้ายมัน โดยงูเห่าจะยกลำตัวส่วนหน้าขึ้นเหนือจากพื้น และแผ่โครงกระดูกบริเวณลำคอออก ให้ดูตัวใหญ่น่าเกรงขาม และมันยังสามารถส่งเสียงขู่ฟ่อได้ เป็นที่มาของชื่องูเห่านี่เองโดยในประเทศไทย มีงูเห่าอยู่3ชนิด (ไม่นับงูจงอาง งูจงอางไม่ใช่งูเห่าครับ) ซึ่งชนิดแรกคือ “งูเห่าไทย” ซึ่งเป็นงูเห่าที่ Classic มากๆสำหรับประเทศไทย แต่อีกสองชนิดเป็น “งูเห่าพ่นพิษ”ครับ

งูเห่า-ยัก

งูเห่าไทย (Naja kaouthia) หรือชื่อสามัญ Monocled Cobra เป็นงูพิษใน Family Elapidae ซึ่งเป็น Family เดียวกับ งูจงอาง และกรีนแมมบ้า ที่โด่งดังและลือชื่อในเรื่องของความอันตราย มิหนำซ้ำงูเห่านี้ยังหากันได้ง่ายๆในประเทศไทยอีกต่างหากงูเห่าไทยนั้นนับว่าเป็นงูพิษที่ยาวมากๆ ด้วยความยาวที่สามารถยาวได้ถึง2เมตร ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก เกล็ดเรียบ และลำตัวด้านบนมีสีได้หลากหลาย อาจเป็นดำ น้ำตาล เทา หรือเหลืองก็ได้แล้วแต่ตัว นอกจากนี้ในงูเห่าบางตัวยังปรากฏลายจางๆเป็นเส้นพาดขวางกับลำตัวด้วย โดยส่วนหัวด้านล่างจะมีสีขาว ทำให้ไม่เป็นสีดำสนิท จะดูสว่างๆลักษณะพิเศษของงูเห่าไทย หรือ monocled Cobra นี้คือ ลายที่ด้านหลังของแม่เบี้ยจะปรากฏเป็นรูปวงกลม (monocle แปลว่า แว่นตาข้างเดียว) และ “ด้านหน้า”ของแม่เบี้ย มักจะปรากฏเป็น สีขาวพาดสลับกับสีดำอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ส่วนมากจะมีลายปรากฏแบบนั้น แต่งูเห่าชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมากๆ เหมือนคนที่เกิดมาก็มีผมหยิกผมตรงผมหยักศก ผิวคล้ำผิวขาวผิวเหลือง บลาๆ เพราะฉะนั้นบางครั้งลายทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแม่เบี้ยก็สามารถผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงไปได้

^งูเห่าที่มีโทนสีอ่อนและลายที่แม่เบี้ยหายไปครับงูเห่าไทยมีพิษที่อันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา และพิษของมันมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท จนในที่สุดผู้ถูกกัดก็ตายจากอาการระบบหายใจล้มเหลว นอกจากนี้พิษของมันยังทำให้เกิดอาการเนื้อตายในบริเวณที่ถูกกัดด้วยงูเห่าเป็นสัตว์หวงถิ่น และหากินกลางคืน แต่ก็สามารถพบมันนอนอาบแดดอยู่ในตอนกลางวันได้ บางครั้งก็ใกล้กับถิ่นอาศัยของคน และเมื่อสัตว์หวงถิ่นสองชนิดมาเจอกัน ก็ย่อมเกิดปัญหาตามมาแน่นอน งูเห่านั้นเป็นงูที่ค่อนข้างดุร้าย โดยถ้าหากเป็นการรบกวนเล็กน้อย มันอาจจะเลื้อยออกไปหาที่กำบังแต่ถ้ามันสัมผัสได้ถึงอันตรายเมื่อไหร่ มันจะเริ่มต้นการต่อสู้ด้วยการขู่และแผ่แม่เบี้ย และจะเริ่มฉกเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองโดยงูใน Family Elapidae (งูเห่า งูจงอาง กรีนแมมบ้า ฯลฯ) จะต่างกับ Family Viperidae (หางกระดิ่ง งูแมวเซา เขียวหางไหม้) ตรงที่พวกViperนั้น ส่วนมากเมื่อป้องกันตัวเอง มันจะขดตัวพร้อมฉก และสร้าง “บริเวณต้องห้าม” นั่นคือถ้าเราไม่เข้าไปในบริเวณนั้นมันจะไม่โจมตี แต่ถ้าหากเป็นพวก Elapids เมื่อมันจะป้องกันตัวเอง บางครั้งมันจะเลื้อยเข้าไปฉกใส่ศัตรูเลย โดยไม่ตั้งหลักป้องกันตัวเหมือนพวกไวเปอร์ส่วนความเชื่อที่ว่า งูเห่าเป็นงูอาฆาต อาจเป็นเพราะไปปนกับความเชื่อว่า “จงอางอาฆาต” ซึ่งเกิดจากการที่งูจงอางเวลากัดมันจะไม่ยอมปล่อย เพราะงูจงอางจะฉีดพิษแทบทั้งหมดที่มันมีในตอนนั้นลงไป จึงใช้เวลานาน ในขณะที่งูเห่าจะฉกแล้วหนีทันที ไม่กัดค้าง

ตร.ออกหมายจับพม่า ฆ่าปาดคอสาวไทย! เก็บเสื้อผ้าหนีไปพร้อมเมียท้องแก่

ออกหมายจับหนุ่มพม่าฆ่าปาดคอสาว ทิ้งศพย่านแสมดำ หลังพยาน-กล้องวงจรปิดมัดตัวพบออกไปกับผู้ตาย นั่งดื่มเบียร์ร้านชำแล้วพาสาวซ้อนท้ายไปท้ายซอยก่อนกลับออกมาคนเดียวสอบ ญาติผู้ต้องหาอ้างมีเรื่องกับคนไทยจะรีบหนีกลับประเทศ ก่อนเก็บเสื้อผ้าและข้าวของหนีไปพร้อมเมียท้องแก่ ตร.ตรวจห้องพักพบพบเสื้อ-รองเท้าเปื้อนเลือด สลิปเงิน 7 พันของสาวผู้ตาย พ่อแม่ให้การลูกชายบอกว่ามีเรื่องและใช้อาวุธมีดแทงคนไทยแต่ไม่รู้ว่าตาย หรือไม่ จึงตัดสินใจพาเมียหนีกลับ พร้อมนำจยย.คันก่อเหตุไปซ่อน ตร.คาดยังหลบอยู่ในไทย รอผลสอบคราบอสุจิก่อนแจ้งข้อหาเพิ่ม ขณะที่แม่เหยื่อเตรียมรับศพลูกสาวบำเพ็ญกุศลที่อุบลฯบ้านเกิด วอนตร.เร่งจับคนร้ายมาดำเนินคดีไอ้-ชั่ว
จากเหตุคนร้ายใช้ของมี คมปาดคอ น.ส. ทุเรียน หรือเมย์ รอดคำทุย อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี พนักงานทดลอง บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อฮาตาริ จนเสียชีวิต สภาพศพเปลือย หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.9 และสน.แสมดำ ลงพื้นที่หาเบาะแส ทราบว่าหลังผู้เสียชีวิตเลิกงานเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พบนายเนมิน อายุ 28 ปี ชาวพม่า คนงานบริษัทเดียวกัน ขี่จักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกจากที่ทำงานโดยมีน.ส.ทุเรียนซ้อนท้าย ไปนั่งดื่มเบียร์กันที่ร้านขายของชำ ก่อนออกไปจากร้านแล้วมีผู้พบศพน.ส.ทุเรียนถูกฆ่าเปลือย สาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายเคยมีปากเสียงกับน.ส.เซน แฟนสาวชาวพม่าของนายเนมินที่กำลังตั้งครรภ์แก่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ เหตุเกิดบริเวณท้ายซอยสะแกงาม 26 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความ คืบหน้า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 9 ก.ค. พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิด เหตุ พบเพียงหลักฐานฝ่ายผู้ตาย ส่วนฝ่ายผู้ต้องสงสัยไม่มี จึงต้องรอผลชันสูตรจากทีมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ว่ามีการกระทำชำเราหรือไม่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเสื้อผู้ตายที่เป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงติดต่อสอบถามฝ่ายบุคคลของบริษัท ทราบว่า น.ส.ทุเรียนเป็นพนักงานขั้นทดลองงานของบริษัทนี้จริง เพิ่งเข้าทำงานไม่ถึงเดือน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเวลาเข้าออกงาน พบว่ามีพยานเห็นผู้ตายออกจากบริษัทเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ค. โดยมีนายเนมิน เพื่อนร่วมงานชาวพม่าซึ่งภรรยาตั้งครรภ์แก่เป็นผู้ต้องสงสัย โดยออกมาก่อนที่ผู้ตายจะตามมา จากนั้นนายเนมินขี่จักรยานยนต์พาน.ส.ทุเรียนซ้อนท้ายไปจอดที่ร้านขายของชำ ซอยสะแกงาม 30 เมื่อถึงร้านชำทั้งสองซื้อเบียร์มานั่งดื่มกัน 6 ขวด ส่วนใหญ่นายเนมินเป็นคนดื่ม ก่อนพากันออกจากร้านโดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าเลียบทางด่วนพระประแดง แล้วเข้าท้ายซอยสะแกงาม 26 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดในซอยจับภาพขณะนายเนมินขี่จักรยานยนต์พาน.ส.ทุเรียนเข้าไปท้าย ซอยดังกล่าวได้ ก่อนนายเนมินจะขี่จักรยานยนต์กลับออกมาแค่ คนเดียว ชุดสืบสวนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุคือนายเนมิน ส่วนเรื่องที่นายเนมินหวังกระทำชำเราผู้ตายหรือไม่นั้นตอนนี้ยังยืนยัน ไม่ได้ ต้องรอแพทย์ยืนยันผลชันสูตรก่อน

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ( Nine Tail Fox 九尾の妖狐, คีวบิโนะโยโกะ)

ตำนานเรื่องจิ้งจอกเก้าหางของประเทศจีน ปรากฏอยู่ในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ อย่างเรื่อง ฮ่องสิน ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงภูตผีปิศาจ เรื่องราวเริ่มต้นจาก พระเจ้าโจ้วหวาง (ติวอ๋อง) แห่งราชวงศ์ซางได้เดินทางไปวิหารของเจ้าแม่หนวี่วา (หนึงวาสี) เพื่อสักการะบูชา ซึ่งรูปเคารพเจ้าแม่จะมีผ้าแพรกั้นใบหน้าอยู่ไม่ให้มองเห็น แต่พอดีที่มีลมพัดผ่านมา จึงเปิดผ้าแพรออกและแสดงใบหน้าของโจ้วหวาง เมื่อพระองค์ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของรูปเคารพเจ้าแม่หนวี่วา ก็ตกหลุมรักในความงดงาม และเอ่ยปากออกมาว่า ความงดงามของเจ้าแม่ขนาดนี้ควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นมเหสีจิ้ง-จอก

แต่เมื่อเจ้าแม่หนวี่วาได้ยินคำพูดดังกล่าวนั้น ก็ทรงกริ้วมาก และส่งให้ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง ปิศาจพิณ และปิศาจไก่ มาลงโทษโจ้วหวาง จนทำให้เกิดความลุ่มหลง ในที่สุดจนบ้านเมืองของเขาก็ล่มสลาย ทั้งนี้ ได้คุ้มครองไม่ให้ราษฎรต้องได้รับอันตรายแต่อย่าใดในเวลานั้น มีนางงามที่ชื่อว่า ต๋าจี ผู้เป็นลูกสาวของเจ้าเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ถูกส่งตัวเข้ามาเป็นพระสนมในวังของโจ้วหวางพอดี แม้ว่าต๋าจี จะเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาและรูปร่างที่งดงามเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความอาภัพในชีวิตเป็นอย่างมาก จิ้งจอกเก้าหางจึงได้แอบดักฆ่าต๋าจี และแฝงกายเป็นต๋าจีแทน เพื่อจะได้แอบเข้าวัง

     Reddragon88 คาสิโนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยคงต้องบอกว่า เราคือผู้ให้บริการอันดับหนึ่ง คือผู้นำในการให้บริการเกมส์ คาสิโน สล๊อตออนไลน์ พนันกีฬาออนไลน์อย่างแทงบอลออนไลน์ ที่มีผู้เล่นเข้ามาเล่นมากที่สุด มีเกมส์ ให้ผู้เล่นเลือกเล่นได้อย่างหลากหลาย

: คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ sbobetgroup.com

หลังจากที่โจ้วหวางได้เจอกับต๋าจี ก็รู้สึกชอบพอใจในตัวต๋าจีที่มีรูปโฉมสวยงามราวกับเจ้าแม่หนวี่วาเป็นอย่างมาก ต๋าจีมีวาจาที่ไพเราะอ่อนหวานอย่างเช่นเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ จนไม่มีหญิงใดในแผ่นดินที่จะเทียบความงามได้เลย จิ้งจอกเก้าหางพยายามทำให้โจ้วหวางหลงรักในรูปโฉมของนางจนยากที่จะถอนตัว ซึ่งวิธีการที่จิ้งจอกเก้าหางพยายามทำก็คือ การร้องเพลงขับกล่อม เล่นดนตรีให้ฟัง และร่ายรำด้วยท่าทางที่งดงามให้ดู บวกกับความงดงามที่นางมีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้โจ้วหวางลุ่มหลงในตัวนางอย่างยากที่จะถอนตัว จากนั้น จิ้งจอกเก้าหางก็ได้พยายามยุยงให้โจ้วหวางกระทำแต่เรื่องชั่วร้าย และฆ่าคนอย่างเลือดเย็นไปเป็นจำนวนมากเสมอมา

สุดท้าย ต๋าจี หรือจิ้งจอกเก้าหาง ก็ได้บอกให้โจ้วหวางสร้างหอสอยดาวขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ราษฎรเกิดความทุกข์ยาก เดือดร้อน และล้มตาย ไปเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เนื่องจากราษฎรจะต้องถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานเพื่อสร้างหอสอยดาวนี้ขึ้นมาแต่สุดท้าย ก็มี เจียงจื่อหยา มาช่วยกำจัดปิศาจทั้งสามตัวนี้ บุคคลผู้นี้ได้รับการฝึกวิชาบนภูเขาจนกลายเป็นบุคคลวิเศษที่ไม่มีใครสูได้ เจาได้รับบัญชาจากสรวงสวรรค์เพื่อลงมาขจัดความทุกข์เข็ญของเหล่าราษฎร โดยมาพร้อมกับนาจาศิษย์เอก

ปิศาจทั้งสามถูกคุมตัวไปตัดสินโทษโดยเจ้าแม่หนวี่วา แต่จิ้งจอกเก้าหางกลับเห็นว่า เหตุใดตนจึงต้องได้รับโทษ ทั้งที่สามารถทำงานที่เจ้าแม่มอบหมายไว้ได้ เจ้าแม่หนวี่วาจึงตอบกลับไปว่า พระองค์นั้นใช้ให้จิ้งจอกเก้าหางไปทำลายแต่เพียงโจ้วหวางเท่านั้น มิได้สั่งให้ไปทำร้ายร่างกายผู้คนมากมายเช่นนี้ การกระทำของจิ้งจอกเก้าหางจึงเป็นการทำเกินกว่าคำสั่ง สมควรจะต้องถูกลงโทษปิศาจพิณ และปิศาจไก่ ถูกลงโทษจนถึงแก่ความตาย มีเพียงจิ้งจอกเก้าหางเท่านั้นที่สามารถหลบหนีการลงโทษไปได้ โจ้วหวางรู้สึกเศร้าโศกเสียใจยิ่งนักเมื่

ไขปริศนา ความรู้ที่สูงเหนือกว่าปกติ “อภิญญา” คืออะไร ?

อภิญญา แปลว่า ความรู้ยิ่ง หมายถึงปัญญาความรู้ที่สูงเหนือกว่าปกติ เป็นความรู้พิเศษที่เกิดขึ้นจากการอบรมจิตเจริญปัญญาหรือบำเพ็ญกรรมฐาน
บางครั้ง อภิญญา ก็หมายถึง คุณสมบัติพิเศษของพระอริยบุคคล อันเป็นเหตุให้มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ มี 6 อย่าง ประกอบด้วยอภิ-นหาร
1. อิทธิวิธี แสดงอิทธิฤทธิ์ได้ เช่น ล่องหน เหาะเหินเดินอากาศ ดำดิน เดินบนผิวน้ำ เรียกลมเรียกฝน  2. ทิพพโสต มีหูทิพย์ สามารถได้ยินชัดเจนไม่ว่าจะไกลแค่ไหน
3. เจโตปริยญาณ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้  4. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้  5. ทิพพจักขุ มีตาทิพย์มองเห็นไกลกว่าคนธรรมดาและมองเห็นในสิ่งลี้ลับเหนือโลก
6. อาสวักขยญาณ รู้การทำอาสวะ (กิเลส) ให้สิ้นไปอภิญญา 5 ข้อแรก เป็นของสาธารณะ (โลกียญาณ) หรือพระอริยบุคคลตั้งแต่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี ส่วนข้อ 6 มีเฉพาะใน พระอรหันต์
หากมีโอกาสพบผู้แสดงฤทธิ์ได้ อย่าเพิ่งคิดว่าผู้นั้นจะเป็น อริยบุคคล เพราะอาจไม่ไช่ก็ได้

อริยบุคคล แปลว่า บุคคลผู้ประเสริฐ, ผู้ไกลจากข้าศึก, ผู้หักกำล้อแห่ง “วัฏสงสาร” ได้แล้วอริยบุคคล สามารถแบ่งออกได้ 2 อย่างคือ
1. พระเสขะ คือพระผู้ยังค้องศึกษาไตรสิกขาเพิ่มขึ้นต่อไปจนกว่าจะสำเร็จมรรคผล  2. พระอเสขะ คือ พระผู้ศึกษาสำเร็จแล้ว เสร็จกิจการศึกษาแล้ว ไม่ต้องศึกษาอะไรต่อไปอีก
และ อริยบุคคล แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ-พระโสดาบัน สามารถละสังโยชน์ได้ 3 ประการ ผู้ที่บรรลุธรรมนี้อาจเป็นฆราวาสหรือบรรพชิต-พระสกิทาคามี ละสังโยชน์ได้ 3 ประการ แต่สามารถทำกิเลสให้เบาบางลงกว่าพระโสดาบัน-พระอนาคามี ละสังโยชน์ได้ 5 ประการ-พระอรหันต์ ละสังโยชน์ได้ครบ 10 ประการ หลุดพ้นจากกิเลสและวัฏสงสาร (การเวียนว่ายตายเกิด)