วิธีรักษาส้นเท้าแตกแบบง่ายๆ มีสาเหตุ อาการและวิธีแก้อย่างไรบ้าง

foot_1494269048-300x200
ส้นเท้าแตกคืออะไร  สาเหตุเกิดจากอะไรเมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว เราก็สามารถแก้ปัญหาได้ จะเห็นได้ว่าส้นเท้าแตกนั้นเป็นปัญหามากสำหรับคนเรา การที่ส้นเท้าแตกเวลาที่ออกงานสังคม จะทำให้เสียความมั่นใจในตนเอง ทำให้คนที่เห็น คิดว่าคุณเป็นคนที่ไม่เอาใจใส่ดูแลรักษาร่างกายของตนเอง ดังนั้น จึงควรตัดปัญหาตั้งเนิ่นครับ วันนี้ผมได้มีเคล็ดลับการแก้ปัญหาส้นเท้าแตก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านที่กำลังมีปัญหาส้นเท้าแตกอยู่ในตอนนี้ครับ
ส้นเท้าแตกคืออะไร

ส้นเท่าแตกเป็นสภาวะที่หนังกำพร้าบริเวณส้นเท้า แห้งทำให้แตกได้ เพราะขาดความชุ่มชื้น  แตกลายงา ส้นเท้านั้นจะค่อนข้างหนา ส้นเท้านั้นจะรับน้ำหนักของเราตลอดเวลา ยิ่งถ้าเดินมาก ๆ โอกาสที่จะทำให้ส้นเท้าแตกได้ง่าย ส่วนมากจะเห็นในคนอ้วน มากว่าคนผอม ตลอดทั้งคนที่ไม่ชอบใส่รองเท้า หรือใส่รองเท้าแตะ  รวมถึงกรรมพันธุ์ก็ทำให้ส้นเท้าแตกเช่นเดียว
ส้นเท้าแตกมีอาการอย่างไร

ในระยะแรกนั้นส้นเท้าจะมีการบวมแดง  เมื่อทั้งไว้นาน ๆ โดยขาดการดูแลรักษา จะเริ่มแตกเป็นรอยเล็ก ๆ และลึกขึ้นไปเรื่อย ๆ และอาจจะถึงขั้นแตกเป็นรอยเลือด ทำให้แสบและทรมานมากในเวลาเดิน  ดังนั้นควรรีบรักษาตั้งแต่เริ่มต้น อย่าปล่อยทั้งไว้นาน เพราะอาการจะกำเริบหนักขึ้น  เรื่องเล็กๆ น้อย อย่างปล่อยให้เป็นมาก ควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ส้นเท้าแตกเกิดจากสาเหตุอะไร

ส่วนเหตุส่วนมากมาจากการใส่รองเท้าแตะ  หรือรองเท้าลักษณะแบบเปิดส้นเท้า จะทำให้เท้าไม่อับชื้น ยิ่งถ้าโดนแสงแดดมากๆ โอกาสที่จะทำให้ส้นเท้าแตกมีเปอร์เซ็นต์เยอะ  คนที่ชอบเดินไปมาด้วยเท้าเปล่า ซึ่งด้วยความแข็งของพื้นและประกอบกับความเย็นที่สัมผัส จึงเป็นเหตุให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง ยิ่งถ้าเป็นคนอ้วนที่มีน้ำหนัก ตัวเยอะด้วยแล้วก็จะทำให้ส้นเท้า ได้รับแรงกระแทกมากขึ้น  อีกอย่างหนึ่งการที่ใส่รองเท้าไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้บริเวณส้นเท้าเกิดการหนาตัว และทำให้แตกได้ง่ายขึ้น
วิธีการรักษาส้นเท้าแตก

เมื่อมีการส้นเท้าแตก ให้ใส่รองเท้าปิดส้น
สวมถุงเท้าก่อนนอนทุกคืน เพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้น ของส้นเท้า
ใช้เปลือกกล้วยหอม มาถูบริเวณส้นเท้าที่แตก นาน 10 นาที กรดที่อยู่ในกล้วยจะช่วยสมานผิวที่แตกและลอกผิวที่แตกออก เป็นการสมานผิวไปในตัว  ให้ทำแบบนี้สัปดาห์ละ  2 -3 ครั้ง
แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนนอนทุกๆ คืน ประมาณ 15 นาที 2-3 ครั้ง/สัปดาห์  แล้วให้ถูส้นเท้าเบา เพื่อให้เนื้อที่แตกออกหลุดออกไป จากนั้นเช็ดให้แห้ง ทาครีม ให้ชุ่มชื้น
แช่เท้าในน้ำมะนาว ประมาณวันละ 15 นาที โดยอาจจะใช้เป็นน้ำมะนาวแบบขวดที่คั้นมาแล้วก็ได้
แช่เท้าในน้ำส้มสายชู ผสมน้ำยาบ้วนปาก และน้ำอุ่น ประมาณ 15 นาที ก็ช่วยได้เช่นกัน
ให้ทาครีมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของส้นเท้าที่แตก ให้เป็นประจำทุกวันทุกคืน และให้ทาบ่อยๆ เท่าที่เราต้องการ
หากทำทุกวิธีแล้วแต่ยังไม่หาย และยังมีรอยเลือดแตกอักเสบอยู่ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาต่อไป

ดอกอัญซัญมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร ทำอะไรได้บ้าง

butterfly_pea_1494264810-300x225
อัญชัน (ภาษาอังกฤษ: Butterfly pea หรือ Blue pea ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.)  สมุนไพรที่ดีอีกอย่างที่จะนำมาแนะนำ ให้ท่านที่ชอบรักสวยรักงาม นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย ดอกอัญชันนั้น หลายคนหลายท่านคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี จะเป็นเขาปลูกตามรั้วบ้าน ลักษณะเป็นเครือเลื้อย เป็นสมุนไพร ที่หาได้ง่าย สามารถใช้บำรุงร่างกายรักษาโรคได้หลายชนิดอีกด้วย ดอกอัญชันยังมีสรรพคุณประโยชน์มากมาย ลองมาดูกันเลยครับ
ดอกอัญชันเป็นอย่างไร

ดอกอัญชันมีลักษณะ เป็นไม้เลื้อย ที่มีใบขนาดเล็ก   โดยใบจะเป็นใบประกอบเป็นดอกอัญชัน  มีสีน้ำเงินเข้ม บางดอกมีสีน้ำเงินอมม่วง  ในดอกแบ่งออกเป็น 5 กลีบ  มีผลเป็นฝัก กลีบนอกจะมีสีเขียว ลักษณะฝักยาวขนาด  5-10 ชม.  ทางภาคเหนือ จะเรียกดอกอัญชันว่า เอื้องชัน
สรรพคุณและประโยชน์ของดอกอัญชัน
รากดอกอัญชัน

ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย  ทำให้ฟันแข็งแรง ด้วยการใช้รากมาถูที่ฟัน บำรุงสายตา โดยการใช้รากมาถูกับน้ำฝน  แล้วนำมาหยอดที่ตา และหู
ใบของดอกอัญชัน

ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาแฉะ  ขับปัสสาวะ
ดอกอัญชัน

ทำให้ร่างกายแข็งแรง สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง  สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน  ช่วยขับสารพิษของเสีย ออกจากร่างกาย แก้อาการพกซ้ำ
สีดอกอัญชัน

สามารถนำไปผสมขนม  ให้มีสีสันที่สวยงาม  และสามารถนำดอกสดมารับประทาน กับน้ำพริกได้  นำมาต้มเป็นสมุนไพรดื่มกิน เป็นยาก็ได้  ดอกอัญชัน  เป็นดอกที่มีสีสันสวยงาม สามารถนำไปปลูกกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ ตามรั้วของบ้าน  สามารถใช้บำรุงเส้นผม ทำให้เส้นผมดกดำเงางามอีกด้วย  แก้อาการผมร่วงได้เป็นอย่างดี
ดอกอัญชันทาคิ้วทำให้คิ้วดกดำ

ใช้ดอกอัญชัน ประมาณ 6 ดอกและน้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะ

นำดอกอัญชันมาขยี้เอาน้ำ ตอนที่คั้นเอาน้ำอยู่นั้น ให้เติมน้ำลงไป 1 ช้อนโต๊ะทำให้ได้น้ำดอกอัญชันง่ายขึ้น  แล้วนำน้ำดอกอัญชันมาทาบริเวณคิ้วทั้งหมด  ให้ทาทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ให้ทำแบบนี้ทุกวัน ก็จะทำให้คิ้วหนาดกดำขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ สำหรับท่านไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับท่านที่รักสวยรักงาม โดยที่ไม่ต้องไปหาเครื่องสำอางที่ไหน ราคาก็แพง ถ้าใช้สมุนไพรดอกอัญชัน จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปมาก ลดความเสี่ยงจากสารพิษ  ความจริงเครื่องสำอางต่างที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็สกัดมาจากสมุนไพรไทยเรานี่แหละครับ เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง  เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำไปใช้ดูนะครับ

งูกลัวอะไรมากที่สุด และมีวิธีป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้านอย่างไร


บ้านคนที่ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่รอบนอกตัวบ้านเป็นสวนหรือทำพื้นที่ทางการเกษตร บางครั้งอาจจะต้องพบเจอกับการมาเยือนของสัตว์มีพิษอย่างเช่นงูครับ ไม่ว่าจะเป็นงูพิษอย่างเช่นงูจงอางหรือว่างูเห่า หรือจะเป็นงูขนาดใหญ่อย่างเช่นงูเหลือมหรืองูหลามก็สามารถเจอได้ทั้งนั้น และหากว่าเราจะหาทางป้องกันนั้น เราก็มีวิธีป้องกันที่น่าจะพอรับมือได้บ้าง ทั้งในแบบเค้าโครงความจริงและตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยก่อนนะครับ
ตามปกติแล้วสิ่งที่งูมักจะกลัวมากที่สุดก็คือสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

บ้านที่เลี้ยงสุนัข แม้ว่าบางคนอาจจะคิดว่า จะส่งสุนัขไปตายแทนเลยหรือ … จริงๆ แล้ว สุนัขเป็นสัตว์ที่จะไม่ตื่นตูมหรือเคลื่อนไหวหากว่าไม่พบสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบริเวณที่มันนอนเฝ้าอยู่ครับ หากว่ามันเห็นงูเลื้อยเข้ามา มันจะเห่าเสียงดัง ซึ่งสัตว์อย่างงู จะไม่ชอบเสียงดังและมันจะหนีไปเอง แต่กรณีนี้ ใช้ได้กับงูประเภทงูเขียวหรืองูพิษทั่วไป แต่ถ้าเป็นงูหลามหรือเหลือม สุนัขจะเป็นอันตรายซะเอง

บ้านที่มีการโรยหรือราดสิ่งของที่มีกลิ่นแรงอย่างเช่นน้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องไว้ในบริเวณรอบๆ บ้าน จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณป้องกันการรุกรานจากงูได้ เพราะสัตว์อย่างงูจะเกลียดกลิ่นที่ฉุนและมีกลิ่นแรงๆ สิ่งนี้จะไล่งูได้ครับ

แต่หากเป็นวิธีตามความเชื่อ หากเรามีต้นไม้ชนิดที่เป็นตระกูลเดียวกันกับตะบองเพชรอย่าง ต้นพญานาคราช ซึ่งหากดูตามรูปร่างของลำต้น จะมีลักษณะคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งเป็นพญางูตามตำนาน งูที่เห็นว่าบ้านไหนมีต้นพญานาคราชปลูกอยู่ มักจะไม่กล้าเข้าใกล้เลยครับ

มะนาวมีสรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างไร

มะนาวมีประโยชน์อย่างไร

มะนาวทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส สำหรับท่านใดที่ที่รักสวยรักงาม อยากให้มีผิวพรรณสดใส สามารถใช้มะนาวมาทาที่ใบหน้า ในตอนเช้า และหลังอาบน้ำทุกๆ วัน จะทำให้ผิวหน้าท่านสดใสหน้าเด้งขึ้นมาทันที วิธีนี้ผมใช้เป็นประจำครับ

มะนาวช่วยบำรุงตาให้สดใส การดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ เป็นประจำทุกวัน จะไปบำรุงสายตาให้สดใสดีขึ้นและตาจะสดใสอยู่เสมอ

ในมะนาวนั้นจะมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด ที่มีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างวิตามินชี วิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียมต่าง ๆ กรดมาลิค กรดซิตริก เป็นต้น
ในมะนาว 1 ผล จะมีน้ำมันหอมระเหย ที่มีอยู่มากถึง 7 % ที่สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำยาต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน ซันไลน์ เป้นต้น
ในมะนาวจะมีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย ที่ทำให้สดชื่น เมื่อนำมาสูดดม สามารถแก้อากาการวิงเวียนศีรษะได้ ซึ่งผมได้สูดดมเป็นประจำในเวลาที่มีอาการเมาหัว คลื่นไส้ อาเจียน มะนาวช่วยได้เป็นอย่างดีครับ

มะนาวมีสรรพคุณอย่างไร

ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ในเวลาที่มีอาหารปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ให้นำมะนาวมาสูดดม ช่วยแก้อาการปวดหัวได้

แก้อาการเมาค้าง คนที่ดื่มเหล้า ในตอนเย็น พอตื่นเช้าขึ้นมามักจจะมีอาการเมาค้าง เมาหัว วิงเวียน อาเจียน ให้นำมะนาว มาฝานบางจิ้มกินกับเกลือป่น ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้

สตรีที่คลอดบุตร มักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ มะนาวก็ช่วยได้อีกเช่นกัน
แก้อาการอยากสูบบุหรี่

สำหรับท่านที่อยากจะเลิกบุหรี่ แต่ทำอย่างไรก็ไม่หายจากอาการอยากจะสูบบุหรี่ ให้นำมะนาว มาฝานบางๆ จิ้มกินกับเกลือ ในเวลาที่อยากสูบบุหรี่ เมื่อเวลาสูบบุหรี่จะทำให้มีรสขม และทำให้เราเบื่อจนไม่อยากสูบบุหรี่อีกต่อไปครับ

ทั้งหมดเป็นสรรพและประโยชน์ของมะนาว ซึ่งมีอีกมากมาย หลายอย่าง เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ตามครัวในบ้านทั่วไป หาได้ง่ายๆ สามารถซื้อได้ตามตลาดสด ทั่วไป โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งยาอะไรครับ

“ต็อตติ” เผยชื่อ “แข้งอังกฤษ” เก่งสุดเท่าที่เคยปะทะมา

%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ สุดยอดตำนาน ของทีมโรม่า ในลีก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยความในใจแล้วว่า “ใครคือนักเตะสัญชาติอังกฤษ” ที่เก่งสุดเท่าที่เคยดวลแข้งกันมาในชีวิตนี้

ปัจจุบัน “ราชันหมาป่า” มีอายุมากถึง 40 ปี ผ่านการเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับทีมดังจากกรุงโรมมาทั้งหมด 25 ฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่าต้องได้เจอกับคู่ต่อสู้ระดับโลกมากมายหลากหลายเชื้อชาติ

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ต็อตติ ว่าหากนับเฉพาะคนที่เป็นผู้เล่นชาวอังกฤษ ใครคือคู่ต่อสู้ที่คิดว่าสร้างความยากลำบากให้กับตนมากที่สุด คำตอบนั้นก็ไม่ห่างไกลจากการคาดเดานักว่า

“สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไง เขาคือแชมป์ตัวจริง และก็เป็นตัวอย่างที่ดีของคนเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วย”

สำหรับ ลิเวอร์พูล ในยุคของ สตีวี่จี นั้นมีโอกาสได้ลงแข่งกับ โรม่า ทั้งหมด 4 เกม โดยแบ่งเป็นศึกยูฟ่า คัพ (2000-01) กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (2001-02) ครั้งละ 2 นัดเหย้า-เยือน

“แข้งตำนาน”.. เล่นแดนผู้ดีช้าเกินไป

%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%8a%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c

น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วนะครับว่าในซีซั่นหน้าเราอาจไม่ได้เห็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เล่นในพรีเมียร์ลีกอีกต่อไป

หลังบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาว 7 เดือน ก่อนที่มีข่าวออกมาว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะตัดสินใจยกเลิกข้อเสนอสัญญาใหม่ของเจ้าตัว ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนเก่งได้เร้าให้ต้นสังกัดมอบสัญญาใหม่ให้ยอดดาวยิงรายนี้เพื่อตอบแทนฟอร์มเยี่ยมที่ซัดไปถึง 28 ประตูให้กับทีม

น่าเสียดายครับที่สุดท้าย “ซลาตัน” ได้บอกปัดโอกาส

เพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ ที่สุดแล้วแข้งวัย 35 ปีก็ได้ตอบปฏิเสธสัญญาใหม่ฉบับนี้ไป อิบราฮิโมวิช นั้นไม่ต้องการที่จะรับค่าเหนื่อยไปวันๆ แต่ตัวเองกลับทำตัวไม่คุ้มค่าเงิน นั่นจึงทำให้ ซลาตัน เลือกที่จะรักษาตัวให้หายขาดเสียก่อน หลังจากนั้น “ค่อยว่ากัน”

ว่าไปแล้วก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า กระนั้น ซลาตัน ไม่ใช่พ่อค้าแข้งเพียงรายเดียวครับที่ตัดสินใจโยกมาเล่นแดนผู้ดีช้าไป ที่ผ่านมามีดาวเตะเข้าขั้นตำนานหลายรายที่จนแล้วจนรอดก็ลีลาไม่ยอมมาเล่นลีกอังกฤษอย่างใครเขา แต่เมื่อตัดสินใจโยกย้ายมา..

ถึงเวลานั้น “ก็สายไปเสียแล้ว”

วันนี้เราจะขอพาทุกท่านพบกับ 5 ตำนานที่เลือกมาเล่นพรีเมียร์ลีกในช่วงบั้นปลายอาชีพ แต่ด้วยการที่แก่เกินแกงไปแล้วทำให้เส้นทางของพวกเขาเหล่านี้ไม่เปรี้ยงปร้างและปิดฉากสวยหรู “เท่าที่ควร”

เชียร์ชุดขาวให้ขาย

%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3

เปิดหัวเรื่องมา ไม่ได้มีแต่ผู้เขียนคนเดียวที่คิดนะครับ สื่อในสเปนทั้งสองสำนักเมืองหลวงอย่าง As และ Marca ก็เห็นพ้องไปในทางเดียวกันว่า “ทำแล้วจะดี”

ย้อนไปช่วงก่อนที่ โจเซ่ โมรินโญ่ จะเข้ามารับตำแหน่งเป็นนายใหญ่แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด และพวกเขาก็ยังไม่ได้เจียดเงินร้อยล้านปอนด์ ไปสู่ขอ ปอล ป็อกบา กับยูเวนตุส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยทาบทามแกเร็ธ เบล ให้กลับค้าแข้งในเกาะอังกฤษอีกครั้ง ด้วยค่าตัวที่ไม่ต่างจาก ป็อกบา เท่าไหร่นัก

แต่ตอนนั้น ราชันชุดขาวเองก็หยิ่งใช่ย่อย เพราะเงินจำนวน 100 ล้าน จะมาซื้อนักเตะพวกเขา จะแสดงให้เห็นว่า สโมสรระดับแชมป์ยุโรป 11 สมัย จะขายนักเตะเพื่อต้องการเงินเอาเงินมามหาศาลมาล่อใจเศรษฐี คิดหรือว่า เศรษฐีจะยอมพยักหน้า ไม่ว่าเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม

ปกติแล้ว มีแต่เรอัล มาดริด เท่านั้น ที่จะเป็นผู้นำเงินไปฟาดกระหม่อมใครต่อใคร ให้ต้องขายซูเปอร์สตาร์ประจำทีมนั้นๆ

ฤดูกาลปัจจุบัน ปีกพญาวานร รับใช้ต้นสังกัดไปเพียง 19 เกมเท่านั้น ขณะที่ฤดูกาลที่แล้วเล่นไป 23 เกม ต่างจากฤดูกาลแรกที่ย้ายมาใหม่ๆคือ 32 นัดด้วยกันในลีก

19 นัดกับสถานการณ์ปัจจุบันก็น่าจะปิดเทอมไปแล้วด้วย เพราะข่าวล่าสุดคือ เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บเจ็บทั้งน่องและข้อเท้า ซึ่งเป็นอาการเดิมๆมาตั้งแต่ค้าแข้งอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แล้ว

“หงส์แดง” ตั้ง “เจอร์ราร์ด” เป็นผู้จัดการทีมยู-18

%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e

สโมสรลิเวอร์พูล ยืนยันการแต่งตั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยู-18 ก่อนฤดูกาล 2017-18 จะเริ่มขึ้น

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ประกาศผ่านเว็บไซต์ของสโมสรแต่งตั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีมมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในชุด U18 ของสโมสร ซึ่งจะเริ่มงานในฤดูกาล 2017-18 เป็นต้นไป

โดยก่อนหน้า เจอร์ราร์ด ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งโค้ชของอะคาเดมีสโมสรตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์และจะได้คุมทีมชุด 18 ปีแทน นีล คริตช์ลีย์ ที่จะเลื่อนไปคุมทีมระดับ U23

ปูด เดโฟ สามารถย้ายทีมได้ฟรีหาก แมวดำ ตกชั้น

England v Lithuania - FIFA 2018 World Cup Qualifier
​เจอร์เมน เดโฟ จะสามารถย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้หลังจบฤดูกาลนี้หาก ซันเดอร์แลนด์ ตกชั้นตามรายงานของ เดลีย์ เมล์

โดย แมวดำ ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ตอนนี้ มีเพียง 20 คะแนนรั้งบ๊วย พรีเมียร์ลีก แถมตามหลังโซนปลอดภัย 7 แต้มขณะที่เหลือเกิมในมือเพียง 10 นัดเท่านั้น

อย่างไรก็ตามแข้งวัย 34 กลับทำผลงานอย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้พร้อมยิงแล้วถึง 14 ประตู จาก พรีเมียร์ลีก จนได้รับโอกาสกลับไปติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้งด้วย

ส่วนกับทัพสิงโตคำราม เดโฟ เองก็ยังฮ็อตอย่างต่อเนื่องด้วยการยิงให้ทีมชนะ ลิธัวเนีย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกพร้อมอาจมีโอกาสติดสอยห้อยไปรัสเซีย ปี 2018 อีกต่างหาก

จากเรื่องนี้จึงทำให้หลายๆ ทีมใน พรีเมียร์ลีก ทั้งน้อยและใหญ่ต้องการดึง เดโฟ ไปเป็นหนึ่งตัวเลือกแดนหน้า หาก ซันเดอร์แลนด์ เองก็คงจะไม่ปล่อยตัวเองตกชั้นง่ายๆ แน่

กองหลัง 4 คน แล้วผิดตรงไหน

%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-4-%e0%b8%84%e0%b8%99

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาขุนพลปีศาจแดง “แมนฯยูไนเต็ด” ก็สามารถหลุดพ้นจากอันดับที่ 6 ของตารางขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ได้ซักที หลังจากที่บุกไปเอาชนะสิงห์แดง “มิดเดิ้ลสโบรช์” ได้ถึงถิ่น 3-1 แต่ประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่น้อยคือเรื่องแท็กติคของ “โจเซ่ มูรินโญ่” ในครึ่งหลังที่เปลี่ยนมาใช้ระบบหลัง 4 คนจากก่อนหน้านี้ที่ใช้หลัง 3 มาตลอด

แน่นอนว่าแฟนบอลของทีมไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตราบใดที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะพร้อมสามแต้มในการลุ้นโควต้า “แชมเปี้ยนส์ ลีก” แต่กับกูรูหรือแฟนทีมอื่นที่ไม่หวังดีกับทีมก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ น้ามู ว่ากลัวทีมหนีตายที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชอย่างโบโร่ขนาดนั้นเลยหรอจริงๆก็แอบแปลกใจก่อนหน้านี้เหมือนกันว่าทำไม “แมนฯ ยูฯ” ถึงเล่นระบบหลัง 3 คน โดยมี “คริส สมอลลิ่ง” “ฟิล โจนส์” และ “มาร์กอส โรโฮ” เป็นตัวหลัก และให้วิงแบ็ก “อันโตนิโอ วาเลนเซีย” กับ “มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน” คอยช่วยเวลาถูกบุกเปรียบเสมือนใช้แนวรับ 5 คน

แต่ระบบหลัง 3 คนก็มีจุดอ่อน เพราะถ้า “วิงแบ็ก” ไม่แข็งแกร่ง อึด ทนนานจริงๆ ก็มีสิทธิ์เสียประตูได้มากกว่าการใช้ระบบหลัง 4 คน ซึ่งน้ามูเองก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะสมัยคุม “เชลซี” “อินเตอร์ มิลาน” หรือ “เรอัล มาดริด” ก็ใช้หลัง 4 คนมาตลอด